Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 113

เล่ม มมร. 52 หน้า 113 ข้อ 342
ฝึกตนแล้วด้วยการฝึกอันสูงสุด ชื่อว่า ผู้มีจิตตั้งมั่นด้วยสมาธิอันยอดเยี่ยม โดยนัยมีอาทิว่า แม้เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็นพระอรหันต์ ดังนี้ ทั้งกลางคืนและกลางวันทุกเวลาอยู่. ด้วยคำนี้ ท่านจึงกล่าวการ ประกอบพระกรรมฐานในที่ทั้งปวง เพราะแสดงถึงอาการประกอบในการ เจริญพุทธานุสสติ กล่าวถึงการประกอบปาริหาริยกรรมฐาน ด้วยคำต้น. ก็พระเถระครั้นกล่าวอย่างนี้แล จึงบำเพ็ญวิปัสสนา บรรลุ พระอรหัต. เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวไว้ในอปทาน๑ว่า สมเด็จพระผู้นำมีพระนามอันรุ่งเรือง มีพระคุณนับ ไม่ได้ พระนามว่า ปทุมุตตระ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วใน แสนกัป แต่ภัทรกัปนี้ พระองค์ทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ ก็เพราะมีพระพักตร์เหมือนดอกปทุม มีพระฉวีวรรณงาม ไม่มีมลทินเหมือนดอกปทุม ไม่เปื้อนด้วยโลก เหมือนดอก ปทุมไม่เปื้อนด้วยน้ำฉะนั้น เป็นนักปราชญ์ มีพระอินทรีย์ ดังใบปทุมและน่ารักเหมือนดอกปทุม ทั้งมีพระโอษฐ์มี กลิ่นอุดม เหมือนกลิ่นในกลีบของดอกปทุม เพราะฉะนั้น พระองค์จึงทรงพระนานว่า ปทุมุตตระ พระองค์เป็นผู้เจริญ กว่าโลก ไม่ทรงถือพระองค์ เปรียบเสมือนเป็นนัยน์ตา ให้คนตาบอด มีพระอิริยาบถสงบ เป็นที่เก็บพระคุณ เป็น ที่รองรับกรุณาและมติ ถึงในครั้งไหน ๆ พระมหาวีรเจ้า พระองค์นั้น ก็เป็นผู้อันพรหม อสูรและเทวดาบูชา เป็น พระชินะผู้สูงสุดในท่ามกลางหมู่ชนและเกลื่อนกล่นไปทั้ง ๑. ขุ. อ. ๓๓/ข้อ ๑๒๒.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka