Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 114

เล่ม มมร. 52 หน้า 114 ข้อ 342
เทวดาและมนุษย์ เพื่อจะยังบริษัททั้งปวงให้ยินดี ด้วย พระสำเนียงอันเสนาะ และด้วยพระธรรมเทศนาอัน เพราะพริ้ง จึงได้ชมสาวกของพระองศ์ว่า ภิกษุอื่นที่พ้น กิเลสด้วยศรัทธามีมติดี ขวนขวายในการดูเรา เช่นกับ วักกลิภิกษุนี้ ไม่มีเลย ครั้งนั้นเราเป็นบุตรของพราหมณ์ ในพระนครหังสาวดี ได้สดับพระพุทธสุภาษิตนั้น จึง ชอบใจฐานันดรนั้น ครั้งนั้นเราได้นิมนต์พระตถาคตผู้ ทศจากมลทินพระองค์นั้น พร้อมด้วยพระสาวก ให้ เสวยตลอด ๗ วัน แล้วให้ครองผ้า เราหมอบศีรษะลงแล้ว จบลงในสาคร คืออนันตคุณของพระศาสดาพระองค์นั้น เต็มเปี่ยมไปด้วยปีติ ได้กราบทูล ดังนี้ว่า ข้าแต่พระมหา- มุนี ขอให้ข้าพระองค์ได้เป็นเช่นกันกับภิกษุผู้ศรัทธาธิมุตติ ที่พระองค์ทรงชมเชยว่าเป็นเลิศว่าภิกษุมีศรัทธาในพระ- ศาสนานี้เถิด เมื่อเราได้กราบทูลดังนี้แล้ว พระมหามุนีผู้มี ความเพียรใหญ่ มีพระทัสสนะมิได้มีเครื่องกีดกัน ได้ตรัส พระดำรัสนี้ในท่านกลางบริษัทว่า จงดูมาณพผู้นี้ ผู้นุ่งผ้า เนื้อเกลี้ยงสีเหลือง นี้อวัยวะอันบุญสร้างสม ให้คล้าย ทองคำ ดูดดื่มตาและใจของหมู่ชน ในอนาคตกาล มาณพ ผู้นี้จักได้เป็นพระสาวกของพระโคดมผู้แสวงหาคุณอันยิ่ง- ใหญ่ เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายศรัทธาธิมุตติ เขาเป็น เทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม จักเป็นผู้เว้นจากความเดือดร้อน ทั้งปวง รวบรวมโภคทรัพย์ทุกอย่าง มีความสุขท่องเที่ยวไป
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka