Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 150

เล่ม มมร. 52 หน้า 150 ข้อ 347
เสวยมหันตสุขในดาวดึงส์นั้น นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เมื่อเราท่องเที่ยวอยู่ในภพ เป็นเหมือนนายช่างดอกไม้ ได้ดอกไม้แล้วแสดงชนิดแห่งดอกไม้แปลก ๆ มากมาย ฉะนั้น ได้เกิดเป็นพระเจ้าวิเทหราช เพราะถ้อยคำของ คุณะอเจลก เราจึงมีอัธยาศัยอันมิจฉาทิฏฐิกำจัดแล้ว จึง ขึ้นสู่ทางนรก ไม่เอื้อเฟื้อโอวาทของธิดาเราผู้ชื่อว่ารุจา เมื่อถูกนารทพรหมสั่งสอนเสียมากมาย จึงละความเห็น ที่ชั่วช้าเสียได้ บำเพ็ญกุศลธรรมบถ ๑๐ ให้บริบูรณ์โดย พิเศษ ละทิ้งร่างกายแล้วได้ไปสวรรค์ เหมือนไปที่อยู่ ของตัวเองฉะนั้น เมื่อถึงภพสุดท้าย เราเป็นบุตรของ พราหมณ์ เกิดในสกุลที่สมบูรณ์ ในกรุงพาราณสี เรา กลัวต่อความตาย ความป่วยไข้และความแก่ชรา จึงเข้า ป่าใหญ่แสวงหาหนทางนิพพาน ได้บวชในสำนักของชฎิล ครั้งนั้น น้องชายทั้งสองของเราก็ได้บวชพร้อมกับเรา เรา ได้สร้างอาศรม อาศัยอยู่ที่ตำบลอุรุเวลา เรานี้นามตาม โคตรว่ากัสสป แต่เพราะอาศัยอยู่ที่ตำบลอุรุเวลา เราจึง มีนามบัญญัติว่า อุรุเวลกัสสป เพราะน้องชายของเรา อาศัยอยู่ที่ชายแม่น้ำ เขาจึงได้นามว่า นทีกัสสป และ เพราะน้องชายของเราอีกคนหนึ่ง อาศัยอยู่ที่ตำบลคยา เขาจึงถูกประกาศนามว่า คยากัสสป น้องชายคนเล็กมี ศิษย์ ๒๐๐ คน น้องชายคนกลางมี ๓๐๐ คน เรามี ๕๐๐ คน ถ้วน ศิษย์ทุกคนล้วนแต่ประพฤติตามเรา ครั้งนั้นพระ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka