พุทธเจ้าผู้เลิศในโลก เป็นสารถีฝึกนรชน ได้เสด็จมา
หาเรา ทรงทำปาฏิหาริย์ต่าง ๆ แก่เราแล้ว ทรงแนะนำ
เรากับบริวารพันหนึ่งได้อุปสมบทด้วยเอหิภิกขุ ได้บรรลุ
พระอรหัตพร้อมกับภิกษุเหล่านั้นทุกองค์ ภิกษุเหล่านั้น
และภิกษุพวกอื่นเป็นอันมากแวดล้อมเราเป็นยศบริวาร
และเราก็สามารถที่จะสั่งสอนได้ เพราะฉะนั้น พระผู้มี-
พระภาคเจ้าผู้สูงสุด จึงทรงตั้งเราไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ
ในความเป็นผู้มีบริวารมาก โอ สักการะที่ได้ทำไว้ในพระ-
พุทธเจ้าได้ก่อให้เกิดสิ่งที่มีผลแก่เราแล้ว เราเผากิเลสทั้ง-
หลายแล้ว...ฯลฯ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว.
ก็ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว จึงพิจารณาการปฏิบัติของตน เมื่อจะ
บันลือสีหนาท จึงได้กล่าวคาถา ๖ คาถาเหล่านี้ว่า
เรายังไม่เห็นปาฏิหาริย์ของพระโคดม ผู้เรืองยศ
เพียงใด เราก็ยังเป็นคนลวงโลกด้วยความริษยาและมานะ
ไม่นอบน้อมอยู่เพียงนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นสารถี
ฝึกนรชน ทรงทราบความดำริของเรา ทรงตักเตือนเรา
ลำดับนั้น ความสลดใจได้เกิดแก่เรา เกิดความอัศจรรย์ใจ
ขนลุกชูชัน ความสำเร็จเล็กน้อยของเราผู้เป็นชฎิลเคยมี
อยู่ในกาลก่อน เราได้สละความสำเร็จนั้นเสีย บวช
ในศาสนาของพระชินเจ้า เมื่อก่อนเรายินดีการบูชายัญ
ห้อมล้อมด้วยกามารมณ์ ภายหลังเราถอนราคะ โทสะ
และโมหะได้แล้ว เรารู้บุพเพนิวาสญาณ ชำระทิพยจักษุ