Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 151

เล่ม มมร. 52 หน้า 151 ข้อ 347
พุทธเจ้าผู้เลิศในโลก เป็นสารถีฝึกนรชน ได้เสด็จมา หาเรา ทรงทำปาฏิหาริย์ต่าง ๆ แก่เราแล้ว ทรงแนะนำ เรากับบริวารพันหนึ่งได้อุปสมบทด้วยเอหิภิกขุ ได้บรรลุ พระอรหัตพร้อมกับภิกษุเหล่านั้นทุกองค์ ภิกษุเหล่านั้น และภิกษุพวกอื่นเป็นอันมากแวดล้อมเราเป็นยศบริวาร และเราก็สามารถที่จะสั่งสอนได้ เพราะฉะนั้น พระผู้มี- พระภาคเจ้าผู้สูงสุด จึงทรงตั้งเราไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ ในความเป็นผู้มีบริวารมาก โอ สักการะที่ได้ทำไว้ในพระ- พุทธเจ้าได้ก่อให้เกิดสิ่งที่มีผลแก่เราแล้ว เราเผากิเลสทั้ง- หลายแล้ว...ฯลฯ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว. ก็ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว จึงพิจารณาการปฏิบัติของตน เมื่อจะ บันลือสีหนาท จึงได้กล่าวคาถา ๖ คาถาเหล่านี้ว่า เรายังไม่เห็นปาฏิหาริย์ของพระโคดม ผู้เรืองยศ เพียงใด เราก็ยังเป็นคนลวงโลกด้วยความริษยาและมานะ ไม่นอบน้อมอยู่เพียงนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นสารถี ฝึกนรชน ทรงทราบความดำริของเรา ทรงตักเตือนเรา ลำดับนั้น ความสลดใจได้เกิดแก่เรา เกิดความอัศจรรย์ใจ ขนลุกชูชัน ความสำเร็จเล็กน้อยของเราผู้เป็นชฎิลเคยมี อยู่ในกาลก่อน เราได้สละความสำเร็จนั้นเสีย บวช ในศาสนาของพระชินเจ้า เมื่อก่อนเรายินดีการบูชายัญ ห้อมล้อมด้วยกามารมณ์ ภายหลังเราถอนราคะ โทสะ และโมหะได้แล้ว เรารู้บุพเพนิวาสญาณ ชำระทิพยจักษุ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka