Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 178

เล่ม มมร. 52 หน้า 178 ข้อ 351
ลูกศรอันเสียบอยู่ในหทัยของตน ด้วยความไม่ประมาท และด้วยวิชชาเถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มนุชสฺส ได้แก่ สัตว์. บทว่า ปมตฺตจาริโน ได้แก่ผู้ประพฤติประมาท ด้วยความประมาท อันมีการปล่อยสติเป็นลักษณะ. ฌาน วิปัสสนา มรรคและผลทั้งหลายย่อม ไม่เจริญ. เหมือนอย่างว่า เถาย่านทรายรวบมัดรัดคลุมต้นไม้ ย่อมเจริญเพื่อ ความพินาศแห่งต้นไม้นั้นฉันใด ตัณหาอันอาศัยทวาร ๖ เกิดขึ้นบ่อยๆ ในอารมณ์ มีรูปเป็นต้น ย่อมเจริญแก่สัตว์นั้นฉันนั้น ตัณหาเมื่อเจริญ อยู่แล ย่อมทำบุคคลผู้เป็นไปในอำนาจให้ตกลงในอบาย เหมือนเถาย่าน- ทรายคลุมต้นไม้อันเป็นที่อาศัยของตน ให้โค่นลงฉะนั้น. บทว่า โส ปฺลวติ ความว่า บุคคลผู้เป็นไปในอำนาจตัณหานั้น ย่อม เร่ร่อน คือแล่นไปในภพน้อยภพใหญ่ไป ๆ มา ๆ. ถามว่า เหมือนอะไร ? ตอบว่า เหมือนวานรอยากได้ผลไม้เร่ร่อนไปในป่าฉะนั้น. อธิบายว่า วานร ผู้อยากได้ผลของต้นไม้แล่นไปในป่า จับกิ่งหนึ่งของต้นไม้ ปล่อยกิ่งนั้น แล้วจับกิ่งอื่น แล้วก็ปล่อยกิ่งนั้นจับกิ่งอื่น (อีกต่อ ๆ ไป) เพราะเหตุนั้น จึงย่อมไม่ถึงภาวะที่จะพึงพูดได้ว่า มันไม่ได้กิ่งไม้จึงนั่งจับเจ่า ดังนี้ฉันใด บุคคลผู้เป็นไปในอำนาจตัณหาก็ฉันนั้นเหมือนกัน แล่นไปในภพน้อย ภพใหญ่ จึงไม่ถึงความเป็นผู้ที่จะพึงกล่าวว่า เขาไม่ได้อารมณ์ จึงถึง ความไม่เกิดตัณหา. บทว่า ยํ โยคว่า บุคคลใด. ตัณหาอันเป็นไปในทวาร ๖ นั่น ถึง ความนับว่า ชมฺมี เพราะความเป็นของลามก ถึงความนับว่า วิสตฺติกา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka