Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 227

เล่ม มมร. 52 หน้า 227 ข้อ 359
ปรารถนาอารมณ์แผดเผา. จริงอยู่ บุคคลผู้ปรารถนาอารมณ์นั้น เมื่อได้ อารมณ์ตามที่ปรารถนา หรือไม่ได้ก็ตาม ย่อมเป็นผู้เร่าร้อน คือได้รับ ความเร่าร้อน ด้วยความปรารถนาอันมีลักษณะตามเผานั้นนั่นแหละ. บทว่า สทา แปลว่า ทุกเวลา, ก็บทว่า สทา นี้ พึงประกอบเข้า ทุกบท. บทว่า ปริกฺขิตฺโต ชราย จ ความว่า ไม่ใช่มัจจุกำจัดอย่างเดียว เท่านั้น โดยที่แท้ถูกชรารุมล้อมด้วย, อธิบายว่า ถูกชรากั้นไว้ ได้แก่ ล้อมด้วยกำแพงคือชรา ไม่ล่วงพ้นชรานั้นไปได้. บทว่า หญฺติ นิจฺจมตฺตาโณ ความว่า เป็นผู้ไม่มีใครต้านทาน คือ ไม่มีใครเป็นที่พึ่ง ย่อมเดือดร้อน คือถูกชราและมรณะเบียดเบียนเป็น นิตยกาล. เหมือนอะไร ? เหมือนคนทำความผิดได้รับอาชญาเดือดร้อน อยู่ฉะนั้น ท่านแสดงว่า โจรผู้กระทำความชั่ว การทำความผิดไว้ ได้รับ การประหารชีวิตไม่มีใครต้านทาน ย่อมเดือดร้อนด้วยราชอาชญาฉันใด สัตวโลกนี้ก็ฉันนั้น ย่อมเดือดร้อนด้วยชราและมรณะ. บทว่า อาคจฺฉนฺตคฺคิขนฺธาว ความว่า ธรรม ๓ ประการนี้คือ มัจจุ พยาธิ และชรา ชื่อว่ากองไฟเพราะอรรถว่าตามเผา ย่อมตามมา ครอบงำสัตวโลกนี้ไว้ เหมือนกองไฟใหญ่ เมื่อป่าใหญ่ถูกไหม้อยู่ก็ครอบงำ (เผา) ป่าใหญ่นั้นฉะนั้น, ก็สัตวโลกนี้ไม่มีกำลัง คือความอุตสาหะที่จะ เป็นผู้สามารถต่อต้าน คือครอบงำธรรมทั้งสามนั้นได้, ไม่มีกำลังที่จะหนี ไป คือสัตวโลกนี้ เมื่อธรรมมีมัจจุเป็นต้นแล่นไปครอบคลุม ไม่มีกำลัง แข้งที่จะแสดงให้เห็นด้านหลัง หนีไปยังที่ที่มัจจุเป็นต้นครอบงำไม่ได้. หากจะมีคำถามสอดเข้ามาว่า ตนเองไม่สามารถอย่างนั้น เมื่อมีปัจจามิตร
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka