ในแสนกัปแต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมารพระนามว่า
ปทุมุตตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง เป็นเพระผู้นำโลก ได้
เสด็จอุบัติขึ้นในโลก ครั้งนั้น เราเป็นบุตรเศรษฐีมีทรัพย์
มากภายในพระนครหังสวดี เที่ยวเดินพักผ่อนอยู่ ได้ไป
ถึงสังฆาราม. คราวนั้น พระผู้นำโลก ผู้ทำโลกให้โชติ
ช่วงพระองค์นั้นทรงแสดงธรรม ได้ตรัสสรรเสริญพระ-
สาวกผู้ประเสริฐกว่าสาวกทั้งหลายผู้มีเสียงไพเราะ เรา
ได้ฟังดังนั้นแล้วก็ชอบใจ จึงได้ทำสักการะแก่พระพุทธเจ้า
ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ ถวายบังคมพระบาททั้งสองของ
พระศาสดาแล้ว ปรารถนาฐานันดรนั้น ครั้งนั้น พระ-
พุทธเจ้าผู้แนะนำชั้นพิเศษ ได้ตรัสพยากรณ์ในท่านกลาง
สงฆ์ว่า ในอนาคตกาล ท่านจักได้ฐานันดรนี้สมดังมโนรถ
ความปรารถนา. ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ พระศาสดา
มีพระนามว่าโคดมโดยพระโคตร ซึ่งสมภพในวงศ์พระ-
เจ้าโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก. เศรษฐีนี้จักได้เป็น
ธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสอัน
ธรรมเนรมิต เป็นสาวกของพระศาสดา มีนามว่า ภัททิยะ.
เพราะกรรมที่ทำไว้ดีนั้น และเพราะการตั้งเจตจำนงไว้
เราละร่างมนุษย์แล้วได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์. ในกัปที่ ๙๒
แต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมารพระนามว่าผุสสะ พระผู้นำ
ยากที่จะหาผู้เสมอ ยากที่จะข่มขี่ได้ ผู้สูงสุดกว่าโลก
ทั้งปวง ได้เสด็จอุบัติขึ้น พระองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยจรณะ