Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 247

เล่ม มมร. 52 หน้า 247 ข้อ 362
เป็นผู้ประเสริฐ เที่ยงตรง ทรงมีความเพียรเผากิเลส ทรงแสวงหาประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ ทรงเปลื้อง สรรพสัตว์เป็นอันมากให้พ้นจากกิเลสเครื่องจองจำ, เรา เกิดเป็นนกดุเหว่าขาวอยู่ในพระอารามอันน่าเพลิดเพลินใจ ขอพระผุสสะสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น เราอยู่ที่ต้น มะม่วงใกล้พระคันธกุฎี ครั้งนั้นเราเห็นพระพิชิตมารผู้สูง สุด เป็นพระทักขิไณยบุคคล เสด็จดำเนินไปบิณฑบาต จักทำจิตให้เลื่อมใส แล้วร้องด้วยเสียงอันไพเราะ ครั้งนั้น เราบินไปสวนหลวง คาบผลมะม่วงสุกดี มีผิวดังทองคำ เอามาน้อมถวายแด่พระสัมพุทธเจ้า เวลานั้น พระ- พระพิชิตมารผู้ประกอบด้วยพระกรุณา ทรงทราบวารจิต ของเรา จึงทรงรับบาตรจากมือของภิกษุผู้อุปัฏฐาก เรามี จิตร่าเริง ถวายผลมะม่วงแด่พระมหามุนี เราใส่บาตร แล้วก็เอาปีกจบ ร้องด้วยเสียงอันไพเราะ เสนาะน่าฟัง น่ายินดี เพื่อบูชาพระพุทธเจ้าแล้วไปรังนอน. ครั้งนั้น นกเหยี่ยวผู้มีใจชั่วช้าได้โฉบเอาเราผู้มีจิตเบิกบาน ผู้มี อัธยาศัยไปสู่ความรักในพระพุทธเจ้าฆ่าเสีย เราจุติจาก อัตภาพนั้น ไปเสวยสุขมากมายในสวรรค์ชั้นดุสิตแล้วมา สู่กำเนิดมนุษย์ เพราะกรรมนั้นชักนำไป. ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้มีพระนามตามพระโคตรว่า กัสสป เป็น เผ่าพันธุ์พรหม มีพระยศใหญ่ ประเสริฐกว่านักปราชญ์ ได้อุบัติขึ้น พระองค์ทรงยังพระศาสนาให้โชติช่วง ครอบ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka