Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 250

เล่ม มมร. 52 หน้า 250 ข้อ 362
บทว่า วนสณฺฑมฺหิ ได้แก่ในป่าชัฏ อธิบายว่า ในป่าเป็นที่รวม ต้นไม้ กอไม้ และเครือเถาที่สะสมกันอยู่หนาแน่น. บทว่า ภทฺทิโย ได้แก่ ผู้มีชื่ออย่างนี้. พระเถระพูดถึงตนเอง เหมือนกะคนอื่น. บทว่า สมูลํ ตณฺหมพฺพุยฺห ความว่า อวิชชา ชื่อว่ารากเหง้าของ ตัณหา เพราะฉะนั้น จึงถอนตัณหาพร้อมทั้งวิชชาด้วยอรหัตมรรค. บทว่า ตตฺถ ภทฺโทว ฌายติ ความว่า เป็นผู้เจริญ คืองดงามด้วยศีล เป็นต้นอันเป็นโลกุตระ เพราะเป็นผู้ทำกิจเสร็จแล้ว จึงเพ่งอยู่ด้วยฌาน อันสัมปยุตด้วยอรหัตผล โดยธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ในไพร- สณฑ์นั้น. พระเถระครั้นแสดงความยินดีในวิเวกของคนว่า ยับยั้งอยู่ด้วยผลสุข และฌานสมาบัติทั้งหลาย ดังนี้แล้ว จึงแสดงความนั้นนั่นแหละโดยพยัติ- เรกมุข คือด้านขัดแย้ง แม้ด้วยคาถาว่า รมนฺเตเก กามโภคีบุคคลบาง พวกยินดี ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มุทิงฺเคหิ ได้เเก่ตะโพน ที่ประกอบ เป็นตัวเป็นต้น บทว่า วีณาหิ ได้แก่ พิณอันเป็นเครื่องบันเทิงเป็นต้น. บทว่า ปณเวหิ ความว่า กามโภคีบุคคลพวกหนึ่งย่อมยินดีด้วย ดนตรี ก็ความยินดีของกามโภคีบุคคลเหล่านั้นนั่น ไม่ประเสริฐ ไม่ ประกอบด้วยประโยชน์. บทว่า อหญฺจ แก้เป็น อหํ ปน. อธิบายว่า เราผู้เดียวยินดีในคำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka