Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 252

เล่ม มมร. 52 หน้า 252 ข้อ 362
แม้บุคคลผู้เห็นผลภายนอก ไม่รู้ภายใน เห็นแต่ภายนอก ก็ลอยไปตามเสียงโฆษณา. ส่วนผู้ใดมีความเห็นไม่ถูก กั้น ย่อมรู้ชัดทั้งภายใน และเห็นแจ้งทั้งภายนอก ผู้นั้น ย่อมไม่ลอยไปตามเสียงโฆษณา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เย มํ รูเปน ปามึสุ ความว่า ชนเหล่าใด ไม่รู้ คือประมาณเราผู้ทรามด้วยรูปของเราอันไม่น่าเลื่อมใส คือต่ำทราม และด้วยสรีระคือธรรมว่า ปัญญาก็เช่นกับอาการ อธิบายว่า เยาะเย้ยว่า ผู้นี้เลวทราม จึงสำคัญโดยการกำหนดเอา. บทว่า เย จ โฆเสน อนฺวคู ความว่า ก็ข้อที่สัตว์สำคัญเราไปตาม เสียงโฆษณา ด้วยอำนาจการยกย่องเป็นอันมากนั้น เป็นความผิดของสัตว์ เหล่านั้น เพราะเราอันบุคคลจะพึงดูหมิ่นด้วยเหตุสักว่ารูปก็หามิได้ หรือ ไม่พึงรู้มากด้วยเหตุสักว่าเสียงโฆษณา เพราะฉะนั้น ชนเหล่านั้นผู้ตกอยู่ ในอำนาจฉันทราคะ ย่อมไม่รู้จักเรา อธิบายว่า ชนแม้ทั้งสองพวกนั้น ผู้ตกลงสู่อำนาจของฉันทราคะ คือละฉันทราคะไม่ได้ จึงไม่รู้จักเราผู้ละ ฉันทราคะได้โดยประการทั้งปวง. เพื่อจะแสดงว่า คนเช่นเราไม่เป็นวิสัยของชนเหล่านั้น เพราะเป็น ผู้มีวัตถุอันใคร ๆ กำหนดไม่ได้ทั้งภายในและภายนอก พระเถระจึงกล่าว คำมีอาทิว่า อชฺฌตฺตํ ดังนี้. บทว่า อชฺฌตฺตํ ได้แก่ ธรรมมีขันธ์และอายตนะเป็นต้น ใน สันดานของตน. บทว่า พหิทฺธา ได้แก่ ในสันดานของคนอื่น. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า อชฺฌตฺตํ ได้แก่ ศีลขันธ์อันเป็นของพระอเสกขะเป็นต้น ในภายในของ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka