Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 342

เล่ม มมร. 52 หน้า 342 ข้อ 371
คือจักเข้าไป โดยความประสงค์จะอยู่ป่า ที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายสรรเสริญ ไว้ โดยพระดำรัสมีอาทิว่า ดูก่อนคฤหบดี พระตถาคตทั้งหลาย ย่อมยินดี ยิ่งในเรือนว่างแล. เพราะความผาสุกในการอยู่ป่า ย่อมมีแก่ภิกษุผู้อยู่แต่ ผู้เดียว คือผู้อยู่คนเดียว เพราะไม่มีเพื่อนในที่ทั้งหลายเป็นต้น ผู้มีตน อันส่งไปแล้ว ได้แก่ผู้ศึกษาสิกขา ๓ มีอธิศีลสิกขาเป็นต้น เพราะตน มีจิตส่งไปเฉพาะพระนิพพาน อธิบายว่า นำสิ่งที่น่าปรารถนาและความ สุขมาให้. บทว่า โยคีปีติกรํ ได้แก่ ชื่อว่า อันกระทำให้เกิดปีติแก่พระ- โยคาวจร เพราะการนำมาซึ่งปีติที่เกิดแต่ฌานและวิปัสสนาเป็นต้น แก่ พระโยคาวจรทั้งหลาย ผู้ประกอบความเพียรในการภาวนา ด้วยความไม่มี ศรัทธาเป็นต้น. ชื่อว่า รมฺมํ เพราะเป็นสถานที่สมควรแก่การหลีกเร้น โดยที่ไม่มี วิสภาคารมณ์. บทว่า มตฺตกุญฺชรเสวิตํ ได้แก่ เป็นที่เที่ยวไปของหมู่ช้างตกมัน, ด้วยบทนี้ ท่านแสดงถึงที่อยู่อันสงัดจากหมู่ชนเท่านั้น เพราะมีป่าขึ้น หนาแน่น. สมณธรรม ท่านประสงค์ถึงประโยชน์ ในบทว่า อตฺถวสี นี้, ได้แก่ 1 ไปสู่อำนาจของประโยชน์นั้นว่า ทำอย่างไรหนอ สมณธรรมนั้นจะพึงมี แก่เรา ดังนี้. บทว่า สุปุปฺผิเต ได้แก่ มีดอกไม้อันบานสะพรั่งด้วยดี. บทว่า สีตวเน ได้แก่ ในป่าที่เย็น เพราะมีร่มเงาและน่าสมบูรณ์. ด้วยบทแม้ทั้งสอง ท่านแสดงถึงสถานที่นั้นว่า ร่มรื่นเท่านั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka