Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 343

เล่ม มมร. 52 หน้า 343 ข้อ 371
บทว่า คิริกนฺทเร ได้แก่ ในซอกระหว่างแห่งภูเขา. จริงอยู่ น้ำ ท่านเรียกว่า กํ, สถานที่ลุ่มอันน้ำนั้นเซาะแล้ว ชื่อว่า กันทระ. ท่าน แสดงถึงความประพฤติที่ไม่ครอบครองที่อยู่อาศัย ในที่ไหน ๆ ว่า เรา ผู้เดียวบรรเทาความเร่าร้อนในฤดูร้อนเสีย ในซอกเขาอันเยือกเย็นเช่นนั้น แล้ว ราดรด อาบตัวของตัวแล้วจักจงกรม ดังนี้. บทว่า เอกากิโย ได้แก่ ผู้ผู้เดียวไม่มีเพื่อน. บทว่า อทุติโย ได้แก่ ไม่มีเพื่อน เพราะไม่มีเพื่อนกล่าวคือตัณหา จริงอยู่ ตัณหาชื่อว่าเป็นเพื่อนของบุรุษ เพราะอรรถว่า ไม่ละทิ้งในกาล ทั้งปวง. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า บุรุษมีตัณหาเป็น เพื่อน ท่องเที่ยวไปอยู่ตลอดกาลอันยาวนาน ดังนี้. บทว่า เอวํ เม กตฺตุกามสฺส ความว่า ขอความประสงค์ของเราผู้ ปรารถนาจะไปป่าทำการประกอบความเพียรเจริญภาวนา โดยวิธีที่กล่าว แล้ว เป็นต้นว่า เอาเถอะ เราผู้เดียวจักไป ดังนี้. บทว่า อธิปฺปาโย สมิชฺฌตุ ความว่า ขอมโนรถที่เป็นไปแล้ว อย่างนี้ว่า ในคราวนั้น เราจักเป็นผู้เสร็จกิจ ไม่มีอาสวะ ดังนี้ จงสำเร็จ คือจงถึงซึ่งความสำเร็จเถิด. ก็เพราะการบรรลุพระอรหัต จะสำเร็จด้วย เพียงการอ้อนวอน ก็หามิได้ ทั้งผู้อื่นจะพึงให้สำเร็จ ก็หามิได้ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า เราจักทำความประสงค์ของเราให้สำเร็จให้ได้, ผู้อื่นไม่ อาจจะทำผู้อื่นให้สำเร็จได้เลย ดังนี้เป็นต้น. พระราชาทรงทราบว่า อุปราชมีความปรารถนามั่นคงในการ บรรพชาอย่างนั้น จึงทรงมีรับสั่งให้คนประดับทนทางที่จะไปยังอโศการาม แล้ว ทรงนำพาพระกุมารผู้ประดับด้วยอลังการพร้อมสรรพ ไปยังพระ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka