ครั้งนั้น เราเป็นผู้พิพากษาอยู่ในพระนครหังสวดี ได้
เข้าไปฟังธรรมของพระพุทธเจ้า ผู้มีพระนามว่า ปทุมุตตระ
ซึ่งกำลังประกาศคุณของพระสาวกผู้มีสติ ผู้กล่าวสอน
ภิกษุทั้งหลายอยู่ ทรงยังใจของเราให้ยินดี เราได้ฟังแล้ว
เกิดมีปีติโสมนัส นิมนต์พระตถาคต พร้อมด้วยศิษย์ ให้
เสวยและฉันแล้ว ปรารถนาฐานันดรนั้น.
ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีส่วนเสนอด้วย
หงส์ มีพระสุรเสียงเหมือนหงส์และมโหระทึก ได้ตรัสว่า
จงดูมหาอำมาตย์ผู้นี้ ผู้แกล้วกล้าในการตัดสิน หมอบ
อยู่แทบเท้าของเรา มีกายประดุจลอยขึ้นและมีใจฟูด้วย
ปีติ มีวรรณะเหมือนแสงแห่งแก้วมุกดา งดงามนัยน์ตา
และหน้าผ่องใส มีบริวารเป็นอันมาก ทำราชการ
มียศใหญ่ มหาอำมาตย์นี้ เขาปรารถนาตำแหน่งภิกษุ
ผู้ให้โอวาทแก่ภิกษุ เพราะพลอยยินดีด้วยการบริจาค
บิณฑบาตนี้ และด้วยการตั้งเจตจำนงไว้ เขาจักไม่เข้า
ถึงทุคติเลยตลอดแสนกัป จักเสวยความเป็นผู้มีโชคดีใน
หมู่ทวยเทพ และจักเสวยความเป็นใหญ่ในหมู่มนุษย์
จักบรรลุถึงพระนิพพานด้วยผลกรรมส่วนที่เหลือ ในแสน
กัปแต่กัปนี้ พระศาสดามีพระนามว่าโคดม ทรงสมภพ
ในวงศ์ของพระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก
มหาอำมาตย์นี้ จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระ-
องค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จักเป็นสาวกของ