Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 441

เล่ม มมร. 52 หน้า 441 ข้อ 379
เทวดา ๗๐๐ และพรหมเป็นอันมาก และพระอินทร์ มีจิตเลื่อมใสเข้าไปนมัสการท่านสุนีตะ ผู้เป็นดังม้า อาชาไนย ถูกชาติและชราครอบงำ ดังนี้เป็นต้น. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเห็นท่านแวดล้อมไปด้วยหมู่เทพ ทรงกระทำ การแย้มแล้วทรงสรรเสริญ ทรงแสดงธรรมด้วยพระคาถาว่า ตเปน พฺรหฺมจริเยน. ลำดับนั้น ภิกษุเป็นอันมากประสงค์จะให้ท่านบันลือ สีหนาท จึงถามท่านว่า อาวุโสสุนีตะ เพราะเหตุไร ท่านจึงออกจากตระกูล บวช หรือท่านบวชได้อย่างไร และท่านแทงตลอดสัจจะได้อย่างไร ? ท่าน เมื่อจะประกาศเรื่องนั้นทั้งหมด จึงบันลือสีหนาทด้วยคาถาเหล่านี้ว่า เราเกิดมาในสกุลต่ำ เป็นคนยากจน มีเครื่องบริโภค น้อย การงานของเราเป็นการงานต่ำ เราเป็นคนเทดอกไม้ เราถูกมนุษย์เกลียดชัง ดูหมิ่น และแช่งด่า เราถ่อมตน ไหว้หมู่ชนเป็นอันมาก ครั้งนั้น เราได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้เป็นมหาวีรบุรุษ ห้อมล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จเข้าไป สู่นครอันอุดมของชาวมคธเพื่ออบิณฑบาต เราจึงวาง กระเช้าลงแล้วเข้าไปถวายบังคม พระองค์ผู้เป็นอุดมบุรุษ ได้ประทับยืนอยู่เพื่ออนุเคราะห์เรา ครั้งนั้นเราได้ถวาย บังคมพระยุคลบาทของพระศาสดาแล้ว ยืนอยู่ ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง แล้วจึงทูลขอบรรพชากับพระองค์ผู้สูงสุด กว่าสัตว์ทั้งปวง ลำดับนั้น พระศาสดาผู้มีพระกรุณา อนุเคราะห์สัตว์โลกทั้งปวง ได้ตรัสเรียกเราว่า จงเป็น ภิกษุมาเถิด พระดำรัสนั้นเป็นอุปสมบทของเรา เมื่อเรา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka