Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 13

เล่ม มมร. 53 หน้า 13 ข้อ 385
เหมือนบุรุษไร ๆ ผู้ต้องการความสุข ย่อมไม่เอามือจับก้อนเหล็กที่ร้อน โชนอยู่ตลอดทั้งวันฉะนั้น. บทว่า น เม โหติ อโหสึ ความว่า ความเป็นไปแห่งจิตของ เราย่อมไม่มี ด้วยอำนาจความเห็นว่าเป็นตัวตนว่า ในอดีตกาลอันนาน เรา ได้เป็นผู้เช่นนี้ ดังนี้ เพราะเราถอนทิฏฐิเสียหมดสิ้นแล้ว และเพราะเรา เห็นสภาพแห่งธรรมได้ถ่องแท้แล้ว. บทว่า ภวิสฺสนฺติ น โหติ เม ความว่า เพราะเหตุนั่นแล เรา ย่อมไม่มีแม้ความคิดอย่างนี้ว่า ในอนาคตกาลอันนาน เราจักเป็น คือพึง เป็นผู้เช่นนี้ คือเป็นอย่างไรหนอแล. บทว่า สงฺขารา วิคมิสฺสนฺติ ความ ว่า แต่เรามีความคิดอย่างนี้ว่า สังขารทั้งหลายแลเป็นไปตามปัจจัย, อะไร จะเป็นตนหรือสิ่งที่มีอยู่ในตนก็ตาม ย่อมไม่มีในสังขารนี้ และสังขาร เหล่านั้นแลจักปราศจากไป คือพินาศไปได้ จักแตกไปทุก ๆ ขณะ. บทว่า ตตฺถ กา ปริเทวนา ความว่า เมื่อเราเห็นอยู่อย่างนี้ ชื่อว่า ความร่ำไรอะไรเล่าจักมีในสังขารนั้น. บทว่า สุทฺธํ ได้แก่ ล้วนไม่เจือปนด้วยสาระในตน. บทว่า ธมฺมสมุปฺปาทํ ได้แก่ การเกิดขึ้นแห่งปัจจัยและธรรมที่ อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น คือความดำเนินไปเพียงสักว่าธรรมมีสังขารเป็นต้น เพราะปัจจัยมีอวิชชาเป็นต้น. บทว่า สงฺขารสนฺตตึ ได้แก่ ความเกี่ยวเนื่องกันแห่งสังขารมี ประเภทแห่งกิเลสกรรมและวิบาก. บทว่า ปสฺสนฺตสฺส ยถาภูตํ ได้แก่ ผู้รู้ตามความเป็นจริง ด้วย มรรคปัญญา พร้อมกับวิปัสสนาปัญญา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka