Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 31

เล่ม มมร. 53 หน้า 31 ข้อ 386
เป็นต้น หรือแห่งเครื่องประดับและระเบียบดอกไม้ของหญิงที่เนื่องด้วย กาย ย่อมสำเร็จโดยเป็นอารมณ์แห่งจักษุวิญญาณของบุรุษ ทั้งหมดนั้น พึงทราบว่าอิตถีรูป เหมือนกัน. บทว่า อิตฺถิสเร ได้แก่ เสียงขับร้อง เสียงพูด เสียงหัวเราะ และ เสียงร้องไห้ของหญิง. อีกอย่างหนึ่ง เสียงผ้าที่หญิงก็ดี เสียงเครื่องประดับที่ หญิงประดับก็ดี เสียงขลุ่ย พิณ สังข์ และบัณเฑาะก์เป็นต้นที่สำเร็จด้วย ประโยคของหญิงก็ดี ในที่นี้ พึงทราบว่าท่านสงเคราะห์ด้วย อิตถิสร ศัพท์ ศัพท์ว่า เสียงหญิง. เสียงแม้ทั้งหมดนั่น พึงทราบว่าฉุดคร่าเอาจิตของ บุรุษมา. ส่วนในบาลีว่า อิตฺถิรเส ในรสแห่งหญิง ท่านกล่าวด้วย อำนาจรสายตนะอันเกิดจากสมุฏฐาน ๔. อาจารย์อีกพวกหนึ่งกล่าวว่า กิจคือการรับคำด้วยการจัดการงานเป็นต้น และกิจคือการบริโภคของหญิง ชื่อว่าเป็นอิตถีรส. รสมีน้ำลายที่เปื้อนเนื้อริมฝีปากหญิง และรสข้าวยาคูแลภัตเป็นต้น ที่หญิงนั้นให้แก่บุรุษทั้งหมดนั่น พึงทราบว่า อิตถีรสเหมือนกัน. และ แม้ในโผฏฐัพพะ กายสัมผัสของหญิง และผัสสะแห่งผ้า เครื่องประดับ และดอกไม้เป็นต้น ที่อยู่ในร่างกายหญิง พึงทราบว่า อิตถีโผฏฐัพพะ เหมือนกัน. ก็ในบทว่า โผฏฺพฺเพปิ นี้ พึงเห็นว่า สงเคราะห์เอาอิตถี รส ด้วย อปิ ศัพท์ ของอาจารย์พวกหนึ่งที่อ้างบาลีว่า อิตฺถิรูเป อิตฺถิสเร นั้น. บทว่า อิตฺถิคนฺเธสุ ได้แก่ ในคันธายตนะอันเกิดแต่สมุฏฐาน ๔ ของหญิง. ธรรมดาว่า กลิ่นร่างกายของหญิงเป็นกลิ่นเหม็น. จริงอยู่ หญิงบางพวกมีกลิ่นคล้ายกลิ่นม้า บางพวกมีกลิ่นคล้ายกลิ่นแพะ บาง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka