Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 41

เล่ม มมร. 53 หน้า 41 ข้อ 387
เรามีความเพียรคิดค้นธรรมอยู่นาน ไม่ได้ความสงบ ใจ จึงได้ถามสมณพราหมณ์ทั้งหลายว่า ใครหนอในโลก เป็นผู้ถึงฝั่งแล้ว ใครเล่าเป็นผู้ได้บรรลุธรรมอันหยั่งลงสู่ อมตะ เราจักปฏิบัติธรรมของใครซึ่งเป็นเครื่องให้รู้แจ้ง ปรมัตถ์ เราเป็นผู้มีความคดคือกิเลส อันไปแล้วในภายใน เหมือนปลาที่กินเหยื่อฉะนั้น เราถูกผูกด้วยบ่วงใหญ่คือ กิเลส เหมือนท้าวเวปจิตติอสูร ถูกผูกด้วยบ่วงของท้าว- สักกะฉะนั้น เรากระชากบ่วงคือกิเลสนั้นไม่หลุด จึงไม่ พ้นจากความโศกและความร่ำไร ใครในโลกจะช่วยเรา ผู้ถูกผูกแล้วให้หลุดพ้น แล้วประกาศทางเป็นเครื่องตรัสรู้ ให้เรา เราจะรับสมณะหรือพราหมณ์คนไหนไว้เป็นผู้ แสดงธรรมอันกำจัดกิเลสได้ จะปฏิบัติธรรมอันเป็นเครื่อง นำไปปราศจากชราและมรณะของใคร. จิตของเราถูกร้อยไว้ด้วยความลังเลสงสัย ประกอบ ด้วยความแข่งดีเป็นกำลัง ฉุนเฉียว ถึงความเป็นจิต กระด้าง เป็นเครื่องทำลายตัณหา. สิ่งใดมีธนูคือตัณหา เป็นสมุฏฐาน มี ๓๐ ประเภท เป็นของมีอยู่ในอก เป็น ของหนัก ทำลายหทัยแล้วตั้งอยู่ ขอท่านจงดูสิ่งนั้นเถิด. การไม่ละทิฏฐิเล็กน้อยอันลูกศรคือความดำริผิดให้อาจหาญ ขึ้นแล้ว เราถูกยิ่งด้วยลูกศรคือทิฏฐินั้น หวั่นไหวอยู่ เหมือนรบไม้ถูกลมพัดฉะนั้น. ลูกศรคือทิฏฐิตั้งขึ้นแล้วใน ภายในของเราย่อมไหม้ทันที กายอันเนื่องด้วยสัมผัสสะ ๖
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka