Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 42

เล่ม มมร. 53 หน้า 42 ข้อ 387
เกิดขึ้นในที่ใด ย่อมแล่นไปในที่นั้นทุกเมื่อ เราไม่เห็น หมอผู้ที่จะถอนลูกศรของเราเยียวยาเรา (โดย) ไม่เยียว ยาด้วยเชือกต่าง ๆ ด้วยศัสตรา และด้วยวิธีอื่น ๆ. ใคร ไม่ต้องใช้ศัสตรา ไม่ทำร่างกายให้เป็นแผล ไม่ เบียดเบียนร่างกายเราทั้งหมด จักถอนลูกศรอันเสียบอยู่ ภายในหทัยของเราออกได้ บุคคลผู้นั้นเป็นใหญ่ในธรรม เป็นผู้ประเสริฐ ลอยโทษอันเห็นพิษเสียได้ พึงช่วยขึ้น บกคือนิพพาน และหัตถ์คืออริยมรรคแก่เราผู้ตกไปใน ห้วงน้ำคือสงสารอันลึก เราเป็นผู้จมอยู่ในห้วงน้ำใหญ่ อันนำดินคือไปไม่ได้ เป็นห้วงน้ำลาดไปด้วยมายา ริษยา ความแข็งดี และความง่วงเหงาหาวนอน. ความ ดำริทั้งหลายอันอาศัยราคะ เป็นเช่นกับห้วงน้ำใหญ่ มี เมฆคืออุทธัจจะเป็นเครื่องคำรน มีสังโยชน์เป็นฝนย่อม นำบุคคลผู้มีความเห็นผิดไปสู่สมุทรคืออบาย. กระแส ตัณหาทั้งหลาย ย่อมไหลไปในอารมณ์ทั้งปวง ตัณหา เพียงเถาวัลย์เกิดขึ้นแล้วตั้งอยู่ ใครจะพึงกั้นกระแส ตัณหาเหล่านั้นได้ ใครเล่าจะตัดตัณหาเพียงดังเถาวัลย์ นั้นได้. ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายจงทำฝั่งอัน เป็นเครื่องกั้นกระแสตัณหาเหล่านั้นเถิด อย่าให้กระแส ตัณหาอันเกิดแต่ใจ พัดพาท่านทั้งหลายไปเร็วพลัน ดัง กระแสน้ำพัดพาต้นไม้อันตั้งอยู่ริมฝั่งไปฉะนั้น. พระ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka