ภาดาของเจ้ามหานามศากยะ เป็นโอรสของพระเจ้าอาของพระศาสดา
เป็นผู้ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง มีบุญมาก อันพวกหญิงนักฟ้อนผู้ประดับประดา
แวดล้อมอยู่ในปราสาท ๓ หลังอันเหมาะสมแก่ฤดูทั้ง ๓ เสวยสมบัติดุจ-
เทวดา เข้าไปเฝ้าพระศาสดาผู้เสด็จประทับอยู่ในอนุปิยอัมพวัน กับกุมาร
ทั้งหลายมีภัททิยกุมารเป็นต้น ผู้อันเจ้าศากยะทั้งหลาย ซึ่งพระเจ้าสุทโธ-
ทนมหาราชให้กำลังใจสั่งไปเพื่อเป็นบริวารของพระศาสดา จึงบวชใน
สำนักของพระศาสดา ก็ในภายในพรรษานั่นเอง ทำทิพยจักษุให้
บังเกิด แล้วเรียนเอากรรมฐานในสำนักของพระธรรมเสนาบดี แล้วไปยัง
ปาจีนวังสทายวัน ในเจติยรัฐ กระทำสมณธรรมอยู่ ตรึกถึงมหาปุริสวิตก
ได้ ๗ ประการ ไม่อาจรู้ประการที่ ๘. พระศาสดาทรงทราบความเป็นไป
ของเธอ จึงตรัสมหาปุริสวิตกข้อที่ ๘ แล้วทรงแสดงมหาอริยวังสปฏิปทา
อันประดับด้วยความยินดีในการเจริญสันโดษด้วยปัจจัย ๔.
ท่านพระอนุรุทธะนั้น เจริญวิปัสสนาตามแนวแห่งพระธรรมเทศนา
นั้น ได้ทำให้แจ้งพระอรหัตมีอภิญญาและปฏิสัมภิทาเป็นองค์ประกอบ.
ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า๑
เราได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่าสุเมธ
เชษฐบุรุษของโลก เป็นนระผู้องอาจ ผู้นายกของโลก
เสด็จหลีกเร้นอยู่ จึงได้เข้าไปเฝ้าพระสุเมธสัมพุทธเจ้า
ผู้เป็นนายกของโลก แล้วได้ประคองอัญชลี ทูลอ้อนวอน
พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดว่า ข้าแต่พระมหาวีรเจ้าผู้
๑. ขุ. อ. ๓๒/ข้อ ๖.