Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 163

เล่ม มมร. 53 หน้า 163 ข้อ 393
เชษฐบุรุษของโลกเป็นนระผู้องอาจ ขอจงทรงอนุเคราะห์ เถิด ข้าพระองค์ขอถวายประทีป แก่พระองค์ผู้เข้าณานอยู่ ที่ควงไม้ พระสยัมภูผู้ประเสริฐ ธีรเจ้านั้น ทรงรับแล้ว จึงห้อยไว้ที่ต้นไม้ ประกอบยนต์ในกาลนั้น เราได้ถวาย ไส้ตะเกียงน้ำมันพันหนึ่ง แก่พระพุทธเจ้าผู้เผาพันธุ์ของ โลก ประทีปลุกโพลงอยู่ ๗ วันแล้วดับไปเอง ด้วยจิตอัน เลื่อมใสนั้น และด้วยการตั้งเจตนาไว้ เราละกายมนุษย์ แล้วได้เข้าถึงวิมาน เมื่อเราเข้าถึงความเป็นเทวดา วิมาน อันบุญกุศลนิรมิตไว้เรียบร้อย ย่อมรุ่งโรจน์โดยรอบ นี้ เป็นผลแห่งการถวายประทีป เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๘ ครั้ง เวลานั้น เรามองเห็นได้ตลอดโยชน์หนึ่งโดย รอบทั้งกลางวันกลางคืน เราย่อมไพโรจน์ทั่วโยชน์หนึ่ง โดยรอบ ในกาลนั้น ย่อมครอบงำเทวดาทั้งปวงได้ นี้เป็น ผลแห่งการถวายประทีป เราได้เป็นจอมเทวดาเสวยราช สมบัติในเทวโลก ๓๐ กัป ใคร ๆ ย่อมไม่ดูหมิ่นเราได้ นี้เป็นผลแห่งการถวายประทีป เราได้บรรลุทิพยจักษุมอง เห็นได้ตลอดพันโลกด้วยญาณในศาสนาของพระศาสดา นี้เป็นผลแห่งการถวายประทีป พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุเมธ เสด็จอุบัติในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ นับแต่กัปนี้ เรามีจิต ผ่องใสได้ถวายประทีปแก่พระองค์ คุณวิเศษเหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ ...ฯ ลฯ... คำสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ ทำเสร็จแล้ว.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka