Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 370

เล่ม มมร. 53 หน้า 370 ข้อ 398
องค์เดียวเท่านั้น เราเป็นผู้ประเสริฐสุดในทางธุดงคคุณ ไม่มีใครเทียมเท่าเลย เราเป็นผู้คุ้นเคยกับพระบรม- ศาสดา เราทำคำสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว ปลง ภาระอันหนักลงแล้ว ถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพขึ้นได้ แล้ว พระสมณโคดมผู้ทรงพระคุณหาประมาณมิได้ มี พระทัยน้อมไปในเนกขัมมะ ทรงสละภพทั้ง ๓ ออก ได้แล้ว ย่อมไม่ทรงติดอยู่ด้วยจีวร บิณฑบาต และ เสนาสนะ เปรียบเหมือนบัวไม่ติดอยู่ด้วยน้ำฉะนั้น พระ- องค์ทรงเป็นจอมนักปราชญ์ มีสติปัฏฐานเป็นพระศอ มีศรัทธาเป็นพระหัตถ์ มีปัญญาเป็นพระเศียร ทรงพระ- ปรีชามาก ทรงดับเสียแล้วซึ่งกิเลสและกองทุกข์ตลอด กาลทุกเมื่อ. ในคาถาเหล่านั้น ๓ คาถาข้างต้น ท่านเห็นภิกษุทั้งหลายผู้คลุกคลี ในคณะและตระกูล แล้วกล่าวด้วยการให้โอวาทแก่ภิกษุเหล่านั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น คเณน ปุรกฺขโต จเร ความว่า เป็นผู้ได้รับการยกย่อง คือห้อมล้อมด้วยคณะของภิกษุ ไม่พึงประพฤติ คือไม่พึงอยู่. เพราะเหตุไร ? เพราะเป็นผู้ทำใจให้ฟุ้งซ่าน ได้สมาธิโดย ยาก เหตุผู้บริหารคณะมีใจขวนขวายในการให้เกิดทุกข์ เมื่อกระทำการ อนุเคราะห์ด้วยอุทเทส โอวาท และอนุสาสนี ย่อมเป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่าน คือมีจิตวิการเพราะไม่ปฏิบัติตามความพร่ำสอน จากนั้นเมื่อไม่ได้อารมณ์ เป็นหนึ่งเพราะการคลุกคลี สมาธิก็ได้โดยยาก, แม้เพียงอุปจารสมาธิ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka