Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 376

เล่ม มมร. 53 หน้า 376 ข้อ 398
ท่านกล่าวด้วยสามารถการติเตียนบุคคลผู้มีมานะว่าตัวเป็นบัณฑิต ผู้มีสุตะ เป็นอย่างยิ่ง กล่าว ๒ คาถาถัดจากนั้น ด้วยอำนาจการสรรเสริญบัณฑิต. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โอฏฺปฺหตมตฺเตน ความว่า ด้วยเหตุ เพียงการขยับปาก โดยยกการท่องบ่นเป็นประธาน อธิบายว่า ด้วยเหตุ เพียงการทำการท่องบ่นพระพุทธพจน์. บทว่า อตฺตานมฺปิ น ปสฺสติ ความว่า ย่อมไม่รู้อรรถ แม้ อันเป็นข้าศึกแก่ตน เพราะรู้สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ อธิบายว่า ย่อมไม่ กำหนดประมาณของตนตามความเป็นจริง. บทว่า ปตฺถทฺธคีโว จรติ ความวา เป็นผู้กระด้างเพราะมานะว่า เราเป็นพหูสูต มีสติ มีปัญญา ไม่มีตนอื่นเสมือนเรา ไม่เห็นการนอบ- น้อมแม้ต่อบุคคลผู้ตั้งอยู่ในฐานะครู เป็นผู้มีคอยาว ประพฤติเหมือน กลืนกินซี่เหล็กตั้งอยู่. บทว่า อหํ เสยฺโยติ มญฺติ ความว่า ย่อมสำคัญว่า เรา เท่านั้นเป็นผู้ประเสริฐคือสูงสุด. บทว่า อเสยฺโย เสยฺยสมานํ, พาโล มญฺติ อตฺตานํ ความว่า ผู้นี้เป็นผู้ไม่ประเสริฐ เป็นคนเลว เป็นคนพาล มีความรู้น้อย ย่อมสำคัญตน กระทำให้เสมอ คือให้เหมือนกันกับผู้อื่น ผู้ประเสริฐคือ สูงสุด โดยความที่เป็นคนพาลนั้นเอง. บทว่า น ตํ วิฺญู ปสํสนฺติ ความว่า ผู้รู้คือบัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่สรรเสริญคนพาลนั้นคือผู้เช่นนั้น ผู้มีใจกระด้าง คือผู้มีตน กระด้าง เพราะมีจิตประคองไว้ โดยที่แท้ย่อมติเตียนเท่านั้น. บทว่า เสยฺโยหมสฺมิ ความว่า ก็บุคคลใดเป็นบัณฑิต ไม่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka