ด้วยโยนิโสมนสิการ ไฉนจึงประพันธ์คาถา เที่ยวพรรณนาบทกลอน.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระดำริว่า พวกภิกษุเหล่านี้ไม่รู้
ปฏิภาณสมบัติของพระวังคีสะ เราจักให้รู้จักปฏิภาณสมบัติของวังคีสะนี้
จึงตรัสถามโดยนัยมีอาทิว่า วังคีสะ เหตุไรหนอ ดังนี้.
บทว่า อุมฺมคฺคปถํ ได้แก่ ทางเกิดกิเลสมิใช่น้อย. จริงอยู่ ที่
เรียกว่า ทาง เพราะเป็นทางที่วัฏฏะประกอบสร้างไว้.
บทว่า ปภิชฺช ขีลานิ ได้แก่ ทำลายตาปูตรึงใจมีราคะเป็นต้น
๕ อย่าง เที่ยวไป.
บทว่า ตํ ปสฺสถ ความว่า ท่านทั้งหลายจงเห็นพระวังคีสะนั้น ผู้รู้
แล้ว ผู้ครอบงำและตัดกิเลสแล้วเที่ยวไปอย่างนั้น.
บทว่า พนฺธปมุญฺจกรํ แปลว่า กระทำการปลดเครื่องผูก.
บทว่า อสิตํ แปลว่า ไม่อาศัยแล้ว.
บทว่า ภาคโส ปฏิภชฺช ได้แก่ กระทำการจำแนกธรรมโดยส่วน
มีสติปัฏฐานเป็นต้น. บาลีว่า ปวิภชฺช ดังนี้ก็มี, อธิบายว่า จำแนก
แสดงธรรมโดยส่วน ๆ มีอุเทศเป็นต้น คือโดยประการ.
บทว่า โอฆสฺส ได้แก่ โอฆะ ๔ มีกามโอฆะเป็นต้น.
บทว่า อเนกวิหิตํ ความว่า บอก คือได้กล่าวทางอันนำไปสู่อมตะ
หลายประการด้วยอำนาจสติปัฏฐานเป็นต้น หรือด้วยอำนาจกรรมฐาน
๓๘ ประการ.
บทว่า ตสฺมึ จ อมเต อกฺขาเต ความว่า เมื่อวังคีสะนั้นบอกทาง
อมตะ คืออันนำอมตะมาให้นั้น.
บทว่า ธมฺมทสา แปลว่า ผู้เห็นธรรม.