บัดนี้ พระเถระเมื่อจะประกาศวาจาเช่นที่ตนจำนงหวัง จึงกล่าว
คาถาว่า ยทตฺถิกํ ดังนี้เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กปฺปายโน พระเถระกล่าวถึงท่าน-
พระกัปปะนั่นแหละ ด้วยอำนาจความเคารพบูชา.
บทว่า ยถา วิมุตฺโต ความว่า พระเถระทูลถามว่า ท่านพระ-
กัปปะนิพพานแล้วด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ เหมือนพระอเสขะ หรือ
ว่าด้วยสอุปาทิเสสนิพพานธาตุ เหมือนพระเสขะ. คำที่เหลือในที่นี้
ปรากฏชัดแล้ว.
พระผู้มีพระภาคเจ้าอันพระวังคีสเถระ ทูลอ้อนวอนด้วยคาถา ๑๒
คาถา อย่างนี้แล้ว เมื่อจะทรงพยากรณ์ท่านพระนิโครธกัปปเถระ จึงได้
ตรัสคาถามีอาทิว่า อจฺเฉจฺฉิ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อจฺเฉจฺฉิ ตณฺหํ อิธ นามรูเป
ตณฺหาย โสตํ ทีฆรตฺตานุสยิตํ ความว่า ตัณหาต่างด้วยกามตัณหา
เป็นต้น ในนามรูปนี้อันนอนเนื่องอยู่นาน เพราะอรรถว่า ยังละไม่ได้
ท่านเรียกว่า กระแสแห่งมารผู้มีชื่อว่า กัณหะ ดังนี้บ้าง, ท่านพระ
กัปปายนะได้ตัดตัณหาในนามรูปนี้อันนอนเนื่องอยู่ ซึ่งเป็นกระแสแห่ง
มารชื่อว่า กัณหะ นั้นแล้ว.
ก็คำว่า อิติ ภควา นี้ เป็นคำของพระสังคีติกาจารย์ทั้งหลาย.
ด้วยบทว่า อตาริ ชาตึ มรณํ อเสสํ นี้ ท่านแสดงว่า พระ-
นิโครธกัปปะนั้นตัดตัณหานั้นได้แล้ว ข้ามชาติและมรณะได้สิ้นเชิง คือ
ปรินิพพานแล้วด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้
ประเสริฐด้วยพระจักษุ ๕ ได้ตรัสเท่านี้ อธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า