พุทธศาสนาให้กระจ่าง ในภัทรกัปนี้เหมือนกันพระมุนี
ผู้สูงสุดพระนามว่ากัสสปะ ผู้เป็นสรณะแห่งสัตว์โลก
ไม่มีข้าศึก ถึงที่สุดแห่งมรณะ เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
ข้าพเจ้าบวชในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็น
ปราชญ์ของนรชนแม้พระองค์นั้น ศึกษาพระสัทธรรม
แล้วชำนาญในปริปุจฉา ข้าแต่พระมหามุนี ข้าพเจ้า
มีศีลงาม มีความละอาย ฉลาดในไตรสิกขา แสดง
ธรรมกถามากจนตลอดชีวิต ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น
และด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ ข้าพเจ้าละร่างกาย
มนุษย์แล้วได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในภพหลังครั้งนี้
ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลเศรษฐีที่มั่งคั่ง สั่งสมรัตนะไว้
มาก. ในกรุงราชคฤห์อันอุดม เมื่อพระผู้เป็นนายก
ของโลกอันภิกษุขีณาสพพันหนึ่งเป็นบริวารสรรเสริญ
แล้ว เสด็จเข้ากรุงราชคฤห์ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง
ฝึกอินทรีย์แล้วพ้นขาดจากสรรพกิเลส มีพระฉวีเปล่ง
ปลั่งดังแท่งทองสิงคี พร้อมด้วยพระขีณาสพ ซึ่งเคย
เป็นชฏิลผู้ฝึกอินทรีย์แล้ว พ้นขาดจาก สรรพกิเลส
เสด็จเข้ากรุงราชคฤห์.
ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธานุภาพนั้น และได้ฟัง
พระธรรมเป็นที่สั่งสมคุณแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสใน
พระพุทธเจ้า บูชาพระองค์ผู้มีพลธรรมมาก กาลต่อมา
ข้าพเจ้าออกจากเรือนบวชเป็นภิกษุณี ในสำนักของ
พระธัมมทินนาเถรี ข้าพเจ้าเผากิเลสทั้งหลายในเมื่อ