Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 130

เล่ม มมร. 54 หน้า 130 ข้อ 440
ให้โอวาทแก่นางโดยการชี้แจงถึงอสุภกัมมัฏฐานเป็นข้อสำคัญ เรื่องนั้นมีมาใน เถรคาถาที่แล้วมานั่นแล เมื่อพระเถระให้โอวาทอย่างนั้นแล้ว นางเกิดความ สังเวช เกิดหิริโอตตัปปะ ได้ศรัทธาในพระศาสนา เป็นอุบาสิกา เวลาต่อมาได้ บวชในหมู่ภิกษุณี เพียรพยายามอยู่ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต เพราะ เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยเหตุ พิจารณาการปฏิบัติของตน ได้กล่าวคาถาเหล่านั้นเป็น อุทานว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้เมาวรรณะ รูปสมบัติ ความ สวยงาม บริวารสมบัติ และมีจิตกระด้างด้วยความ เป็นสาว ดูหมิ่นหญิงอื่น ข้าพเจ้าประดับกายนี้ให้ วิจิตรงดงามสำหรับลวงผู้ชายโง่ ๆ ได้ยืนอยู่ที่ประตู เรือนหญิงเพศยา ดุจนายพรานที่คอยดักเนื้อฉะนั้น ข้าพเจ้าแสดงเครื่องประดับต่าง ๆ และอวัยวะที่ควร ปกปิดเป็นอันมากให้ปรากฏ กระทำมายาหลายอย่าง ให้ชายเป็นอันมากยินดี วันนี้ข้าพเจ้านั้นมีศีรษะโล้น ห่มผ้าสังฆาฏิเที่ยวบิณฑบาตแล้ว มานั่งอยู่ที่โคนต้น ไม้ ได้ฌานอันไม่มีวิตก ข้าพเจ้าตัดเครื่องเกาะเกี่ยว ทั้งที่เป็นของทิพย์ทั้งที่เป็นของมนุษย์ได้ทั้งหมด ทำ อาสวะทั้งปวงให้สิ้นไป มีความเย็น ดับสนิทแล้ว. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มตฺต วณฺเณน รูเปน ได้แก่ ด้วย วรรณะคือคุณ และด้วยรูปสมบัติ. บทว่า โสภคฺเคน ได้แก่ ด้วยความน่า พึงใจ. บทว่า ยเสน ได้แก่ ด้วยบริวารสมบัติ ความว่า เป็นผูเมา คือถึง ความเมาซึ่งได้แก่เมาวรรณะ เมารูป เมาความงาม และเมาบริวาร. บทว่า โยพฺพเนน จุปตฺถทฺธา ความว่า กระด้างยิ่ง ๆ ขึ้น ด้วยความเมาในความ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka