Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 131

เล่ม มมร. 54 หน้า 131 ข้อ 440
เป็นสาว คือมีจิตกระด้าง ได้แก่มีใจไม่สงบระงับด้วยอหังการ ซึ่งมีความสาว เป็นนิมิต. บทว่า อญฺาสมติมญฺิหํ ความว่า ข้าพเจ้าได้ดูหมิ่นหญิง อื่น ๆ ด้วยคุณมีวรรณะเป็นต้นของตน แม้โดยประการทั้งปวง อีกอย่างหนึ่ง ข้าพเจ้าดูหมิ่น คือดูหมิ่นแล้ว ได้แก่ ได้ทำการดูหมิ่นคุณมีวรรณะเป็นต้น ของหญิงอื่นๆ. บทว่า วิภูสิตฺวา อิมํ กายํ สุจิตฺตํ พาลลาปนํ ความว่า ข้าพเจ้าประดับ คือตกแต่งให้สวยงามน่าเลื่อมใส ซึ่งกายของข้าพเจ้านี้ ที่เต็ม ไปด้วยของไม่สะอาดหลายอย่าง น่าเกลียด ให้วิจิตรงดงามด้วยการประเทือง ผิวและแต่งผมเป็นต้น ด้วยพัสตราภรณ์ทั้งหลาย สำหรับลวงผู้ชายโง่ ๆ โดย ลวงคือพูดกับพวกผู้ชายโง่ ๆ ว่า ของฉัน. บทว่า อฎฺาสึ เวสิทฺวารมฺหิ ลุทฺโธ ปาสมิโวฑฺฑิย ความว่า ข้าพเจ้าได้ยืนเอากายของข้าพเจ้าตามที่ กล่าวแล้วซึ่งเป็นบ่วงมารล่อเหยื่ออยู่ที่ประตูเรือนหญิงแพศยา คือที่ประตูเรือน ของหญิงแพศยา ดุจนายพรานเนื้อดักบ่วงเนื้อมีตาข่ายผูกท่อนไม้เป็นต้น เพื่อ ต้องการผูกมัดเนื้อทั้งหลาย. บทว่า ปิลนฺธนํ วิทํเสนฺตี คุยฺหํ ปกาสิกํ พหุํ ความว่า แสดงอวัยวะที่ควรปกปิดมีขา ตะโพก และก้นเป็นต้น และอวัยวะที่ควรให้ ปรากฏมีเท้าเข่าและศีรษะเป็นต้น คือแสดงอวัยวะที่ควรปกปิดให้ปรากฏ และ เครื่องประดับคืออาภรณ์มีประการต่าง ๆ เป็นอันมาก. บทว่า อกาสึ วิวิธํ มายํ อุชฺฌคฺฆนฺตี พหุํ ชนํ ความว่า ข้าพเจ้าหัวเราะเพื่อประเล้าประ- โลมชายโง่เป็นอันมากที่มัวเมาความสาว ได้กระทำการล่อลวงมีอย่างต่าง ๆ คือ มีประการต่าง ๆ ด้วยการปกปิดสภาพของสรีระ ด้วยของหอมดอกไม้และ พัสตราภรณ์เป็นต้น และด้วยทีท่านั้น ๆ มีหัวเราะและภาวะที่มีเสน่ห์เป็นต้น. บทว่า สาชฺช ปิณฺฑํ จริตฺวาน มุณฺฑา สงฺฆาฏิปารุตา นิสินฺนา รุกฺขมูลมฺหิ อวิตกฺกสฺส ลาภินี ประกอบความว่า ข้าพเจ้า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka