Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 190

เล่ม มมร. 54 หน้า 190 ข้อ 448
คนที่เห็นความเกิดความเสื่อม [ของปัญจขันธ์] มีชีวิตเป็นอยู่วันเดียวยังประเสริฐกว่า คนที่ไม่เห็น ความเกิดความเสื่อมถึงจะมีชีวิตเป็นอยู่ตั้ง ๑๐๐ ปี. จบพระคาถา พระปฏาจาราภิกษุณี ก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วย ปฏิสัมภิทา ๔. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในคัมภีร์อปทานว่า๑ พระปฏาจาราเถรีกล่าวบุพกรรมของตนว่า พระชินพุทธเจ้า พระนามว่า ปทุมุตตระ ผู้ทรง ถึงฝั่งแห่งสรรพธรรม ทรงเป็นผู้นำ เสด็จอุบัติใน แสนกัปนับแต่กัปนี้ไป. ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดในสกุลเศรษฐีผู้รุ่งโรจน์ ด้วยรัตนะนานาชนิด ในกรุงหงสวดี เปี่ยมด้วยสุขเป็น อันมาก เข้าไปเฝ้าพระมหาวีระพระองค์นั้น ได้สดับ พระธรรมเทศนา เกิดความเลื่อมใส ก็ถึงพระชิน- พุทธเจ้าเป็นสรณะ. ลำดับนั้น พระผู้ทรงเป็นผู้นำทรงยกย่องภิกษุณี ผู้มีความละอาย คงที่ แกล้วกล้าในกิจที่ควรและไม่ควร ว่าเป็นเลิศของภิกษุณีผู้ทรงพระวินัย. ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามีจิตยินดีปรารถนาตำแหน่งนั้น จึงนิมนต์พระทศพลผู้นำโลกพร้อมทั้งพระสงฆ์ให้เสวย ๗ วัน ถวายไตรจีวร หมอบลงแทบพระยุคลบาทด้วย เศียรเกล้า กราบทูลดังนี้ว่า ๑. ขุ. ๓๓/ข้อ ๑๕๑ ปฏาจาราเถรีอปทาน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka