Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 252

เล่ม มมร. 54 หน้า 252 ข้อ 456
เหล่านั้นชื่อว่าเป็นผู้มีบุญ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระคุณ ชนเหล่าใดประณตน้อมพระยุคลบาทของพระองค์ซึ่งมี พระองคุลียาว มีพระนขาแดงงดงาม มีส้นพระบาท ยาว แม้ชนเล่านั้น ก็ชื่อว่าเป็นผู้มีบุญ. ข้าแต่พระนโรดม ชนเหล่าใดได้สดับพระดำรัส ของพระองค์อันไพเราะน่าปลื้มใจ กำจัดโทษเป็น ประโยชน์เกื้อกูลชนเหล่านั้นก็ชื่อว่าเป็นผู้มีบุญ ข้าแต่ พระมหาวีระ หม่อมฉันเอาใจใส่การบูชาพระบาทของ พระองค์ ข้ามพ้นทางกันดารคือสงสารได้ ด้วยพระ- สุนทรกถาของพระองค์ผู้ทรงศิริจึงชื่อว่าเป็นผู้มีบุญ ลำดับนั้นพระมหาปชาบดีโคตมีเถรี ผู้มีวัตรอันงาม ประกาศในหมู่พระภิกษุสงฆ์แล้วไหว้พระราหุล พระ อานนท์และพระนันทะ และได้ตรัสดังนี้ว่า ลูกเอ๋ย แม่ เบื่อหน่ายในร่างกายซึ่งเสมอด้วยที่อยู่ของอสรพิษเป็น ที่พักของโรค เป็นเรือนร่างของทุกข์ เป็นที่โคจรของ ชราและมรณะ อาเกียรณ์ไปด้วยมลทินโทษต่างๆ ต้องอาศัยผู้อื่น ปราศจากเรี่ยวแรง ด้วยเหตุนั้น แม่จึง ปรารถนาจะนิพพานเสีย ลูกเอ๋ย พ่อจงเข้าใจแม่เถิด พระนันทเถระและพระราหุลผู้น่ารัก เป็นผู้ปราศจาก ความโศก ไม่มีอาสวะ ตั้งมั่นไม่หวั่นไหว มีปัญญามี ความเพียรก็ได้คิดถึงธรรมดาว่า น่าติโลก ที่ปัจจัยปรุง แต่ง ปราศจากแก่นสารเปรียบด้วยต้นกล้วย เช่นเดียว กับมายากลและพยัพแดด นอกจากนี้ยังไม่มั่นคง พระ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka