Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 262

เล่ม มมร. 54 หน้า 262 ข้อ 456
แม่เจ้า ผู้เป็นนาถะให้ที่พึ่งแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย พระแม่ เจ้าอย่าละทิ้งข้าพเจ้าทั้งหลายไปสู่นิพพานเลย ข้าพเจ้า ทุกคนขอซบเกล้าอ้อนวอน. พระมหาปชาบดีเถรีลูบ ศีรษะของอุบาสิกา ผู้มีศรัทธา มีปัญญาซึ่งเป็นหัวหน้า ของอุบาสิกาเหล่านั้นกล่าวดังนี้ว่า ลูกเอ๋ย ความโศก สลด ซึ่งตกอยู่ในบ่วงแห่งมารไม่ควรเลย สังขตธรรม ทั้งปวงล้วนไม่เที่ยง การพลัดพรากกันเป็นที่สุด หวั่น ไหวไปมา. ต่อแต่นั้น พระเถรี ก็สละอุบาสิกา เหล่านั้น เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และ จตุตถฌาน แล้วเข้าอากาสานัญจายตนฌาน วิญญา- ณัญจายตนฌาน อากิญจัญญายตนฌาน และเนวสัญ- ญานาสัญญายตนฌานตามลำดับแล้ว พระปชาบดี โคตมีเถรีก็เข้าฌานทั้งหลายใดยปฏิโลมแล้ว ก็เข้า ปฐมฌานไปตราบเท่าถึงจตุตถฌาน ออกจากจตุตถ- ฌานนั้นแล้วก็ดับ เหมือนเปลวประทีปที่ปราศจากเชื้อ แล้วดับไปฉะนั้น ได้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ สายฟ้าก็ ตกลงจากนภากาศ กลองทิพย์ก็บันลือลั่นขึ้นเอง ทวย- เทพพากันคร่ำครวญ และฝนดอกไม้ก็ตกจากอากาศ ลงยังพื้นแผ่นดิน แม้ขุนเขาเมรุราชก็กัมปนาทหวั่น ไหวเหมอนนักฟ้อนรำในท่ามกลางเวทีฟ้อนรำ ฉะนั้น สาครก็ปั่นป่วนตีฟองคะนองเพราะความโศก ทวยเทพ นาค อสูรและพรหมต่างก็พากันสลดใจ กล่าวขึ้นใน ทันใดนั้นเองว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ เหมือน อย่างพระมหาปชาบดีโคตมีเถรีนี้ ถึงความย่อยยับไป
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka