นั้น ยับยั้งอยู่ด้วยสุขในฌาน สุขในผล และสุขในพระนิพพาน วันหนึ่ง
พิจารณาถึงโทษ ความทราม และความเศร้าหมองของกามทั้งหลาย เมื่อ
กล่าวย้ำคาถาที่พระเถรีเกิดความสลดใจ เฉพาะการอยู่ร่วมสามี ระหว่างมารดา
กับธิดาที่กล่าวไว้แล้ว แก่ท่านพระคงคาตีริยเถระ จึงได้กล่าวคาถา ๓ คาถา
นี้ว่า
เราทั้งสองคือมารดาและธิดาเป็นหญิงร่วนสามี
กัน เรานั้นมีความสลดใจ ขนลุก ที่ไม่เคยมี.
น่าตำหนิจริง ๆ ฉานทั้งหลาย ไม่สะอาด กลิ่น
เหม็น มีหนามมาก ที่เราทั้งสองคือมารดากับธิดา
เป็นภริยาร่วม (สามี) กัน.
เรานั้น เห็นโทษในกามทั้งหลาย เห็นเนกขัมมะ
การบวชเป็นทางเกษมปลอดโปร่ง จึงออกจากเรือน
บวชไม่มีเรือน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุโภ มาตา จ ธีตา จ มยํ อาสุํ
สปตฺติโย ความว่า เราทั้งสองคือมารดาและธิดา ได้เป็นหญิงร่วมสามีกัน
และกัน.
เล่ากันว่า ภริยาของพ่อค้าคนหนึ่ง ในกรุงสาวัตถีตั้งครรภ์ขึ้นมาใน
เวลาใกล้รุ่ง นางก็ไม่รู้เรื่องการตั้งครรภ์นั้น. พอสว่าง พ่อค้าก็บรรทุกสินค้า
ลงในเกวียนเดินทางมุ่งไปกรุงราชคฤห์ เมื่อเวลาล่วงไป ครรภ์ของนางก็เติบ
โต จนแก่เต็มที่. ครั้งนั้น แม่ผัวพูดกะนางว่า ลูกชายเราก็จากไปเสียนาน
และเจ้าก็มีครรภ์ เจ้าไปทำชั่วมาหรือ. นางก็กล่าวว่า นอกจากลูกชายของแม่
ข้าพเจ้าก็ไม่รู้จักชายอื่น. แม่ผัวฟังนางแล้วไม่เชื่อ จึงขับไล่นางออกไปจากเรือน