ขึ้นมาก็ด่าภิกษุณีผู้มีจิตหลุดพ้นแล้ว [อริยุปวาท] ว่า
ท่านเป็นหญิงแพศยาประพฤติอนาจาร ประทุษร้าย
ศาสนาของพระชินเจ้า ครั้นด่าอย่างนี้แล้ว ข้าพเจ้า
ก็ตกนรกอันร้ายกาจ เพียบพร้อมด้วยทุกข์ใหญ่หลวง
เพราะบาปกรรมนั้น จุติจากนรกนั้นแล้ว มาเกิดใน
หมู่มนุษย์ มีลามกธรรมทำให้เดือดร้อน ครองความ
เป็นหญิงแพศยาอยู่ถึงที่หกหมื่นปี ก็ยังไม่หลุดพ้นจาก
บาปอันนั้น เหมือนอย่างกลืนพิษร้ายเข้าไป ข้าพเจ้า
เสพเพศพรหมจรรย์ [บวชเป็นภิกษุณี] ในศาสนาพระ
ชินเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ด้วยผลแห่งบุญนั้น ข้าพเจ้า
ก็บังเกิดในสวรรค์ชั้นไตรทศ [ดาวดึงส์] เมื่อถึงภพ
สุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดเป็นโอปปาติกะ ที่ระหว่างกิ่งมะม่วง
ด้วยเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงชื่อว่าอัมพปาลี ข้าพเจ้าอัน
หมู่สัตว์นับโกฏิห้อมล้อมแล้ว ก็บวชในศาสนาของ
พระชินเจ้า บรรลุฐานะอันมั่นคงไม่สั่นคลอน เป็น
ธิดาเกิดแต่พระอุระของพระผู้เป็นพุทธะ ข้าแต่พระ-
มหามุนี ข้าพเจ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญในฤทธิ์ทั้งหลาย ใน
ความหมดจดแห่งโสตธาตุ [หูทิพย์] เป็นผู้เชี่ยวชาญ
เจโตปริยญาณ [รู้ใจผู้อื่น] ข้าพเจ้ารู้ขันธ์ที่เคยอาศัย
อยู่ในภพก่อน ๆ [ระลึกชาติได้] ชำระทิพยจักษุหมด
จด [ตาทิพย์] หมดสิ้นอาสวะทุกอย่าง [อาสวักขย-