Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 386

เล่ม มมร. 54 หน้า 386 ข้อ 469
๓. อรรถกถาจาปาเถรีคาถา คาถาว่า ลฏฺิหตฺโถ ปุเร อาสิ เป็นต้น เป็นคาถาของ พระ- จาปาเถรี. พระเถรีแม้รูปนี้ บำเพ็ญบารมีมาในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อน ๆ สร้าง สมกุศล อันเป็นอุปนิสสัยแห่งพระนิพพาน มาในภพนั้น ๆ สะสมกุศลมูลมา โดยลำดับสร้างสมสัมภารธรรมเครื่องปรับปรุงวิโมกข์ มาในพุทธุปบาทกาลนี้ ก็บังเกิดเป็นลูกสาวของหัวหน้าพรานล่าเนื้อ ในหมู่บ้านพรานล่าเนื้อตำบลหนึ่ง ในวังกหารชนบท นางมีชื่อว่า จาปา สมัยนั้น นักบวชอาชีวกชื่ออุปกะ พบกับ พระศาสดา ซึ่งเสด็จออกจากโพธิมัณฑสถานเจาะจงไปยังกรุงพาราณสี เพื่อ ประกาศพระธรรมจักร ถามว่า ผู้มีอายุ อินทรีย์ของท่านผ่องใส ฉวีวรรณ ก็ขาวผ่องบริสุทธิ์ ผู้มีอายุ ท่านบวชเฉพาะเจาะจงใครกันนะ หรือว่าใครเป็น ศาสดาของท่าน หรือว่าท่านชอบใจธรรมของใคร เมื่อพระศาสดาทรงชี้แจง ให้เขารู้เรื่องที่พระองค์เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า และการประกาศพระธรรม- จักร ดังนี้ว่า เราครอบงำธรรมทั้งหมด รู้ธรรมทุกอย่าง ไม่ ติดอยู่ในธรรมทั้งปวง ละกิเลสได้หมด หลุดพ้น เพราะสิ้นตัณหา รู้ยิ่งด้วยปัญญาเองแล้ว ยังจะต้อง แสดงว่าใครเป็นศาสดาเล่า. เราไม่มีอาจารย์ คนเสมอเราก็ไม่มี คนที่เทียบ เราในโลกทั้งเทวโลกก็ไม่มี เราเป็นอรหันต์ เป็น ศาสดายอดเยี่ยม เป็นเอก เป็นสัมมาสัมพุทธะ เย็น สนิท ดับร้อนได้แล้ว เราจะไปกรุงพาราณสีราชธานี ของแคว้นกาสี เราจะลั่นกลองธรรมอมตเภรี ในโลก อันมืด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka