Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 392

เล่ม มมร. 54 หน้า 392 ข้อ 469
ข้าพเจ้ากล่าวว่า บัดนี้ ขอท่านพึงกราบทูลพระโลกนาถ ผู้ยอด เยี่ยม ถึงการถวายาบังคมของจาปาและพึงทำประทักษิณ เวียนขวาแล้วอุทิศกุศลทักษิณาแก่จาปาด้วย. ท่านอุปกะกล่าวว่า ข้อที่เจ้าพูดแก่เรา เราทำได้ บัดนี้ เราจะกราบ ทูลพระโลกนาถผู้ยอดเยี่ยมถึงการถวายบังคมของเจ้า และเราจะทำประทักษิณเวียนขวาแล้วอุทิศกุศลทัก- ษิณาแก่เจ้าแน่. ต่อแต่นั้น ท่านกาฬะก็เดินทางไปใกล้ฝั่งแม่น้ำ เนรัญชรา ได้พบพระสัมพุทธเจ้า กำลังทรงแสดง อมตบท คือทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ความล่วงทุกข์ และ อริยมรรคมีองค์ ๘ ที่เข้าไประงับทุกข์ ท่านกาฬะ ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น แล้ว กระทำประทักษิณพระองค์แล้วอุทิศกุศลแก่จาปา บวชเป็นอนาคาริกะไม่มีเรือน. วิชชา ๓ ข้าพเจ้า ก็ บรรลุแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้ากระทำเสร็จแล้ว. บรรดาบทเหล่านั้น. บทว่า ลฏฺิหตฺโถ แปลว่า ถือไม้เท้า. บทว่า ปุเร แปลว่า ในกาลก่อนคือครั้งเป็นปริพาชก เราใช้มือถือไม้เท้าเพื่อกันโค ดุและสุนัขเป็นต้นจาริกไป. บทว่า โสทานิ มิคลุทฺทโก ความว่า บัดนี้ เรานั้น กลายเป็นพรานล่าเนื้อ เพราะกินอยู่หลับนอนร่วมกับพวกพรานล่าเนื้อ ไปเสียแล้ว ตัณหาท่านเรียกว่า อาสยะ บาลีว่า อาสาย ก็มี ความว่า เพราะ เหตุที่ความปรารถนาอันเป็นบาป. บทว่า ปลิปา ได้แก่ จากตมคือกามและ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka