Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 401

เล่ม มมร. 54 หน้า 401 ข้อ 470
เมื่อบวชบำเพ็ญเพียรบรรลุพระอรหัตแล้ว พระสุนทรีเถรี จึงขอ อนุญาตพระอุปัชฌายะว่า ข้าแต่แม่เจ้า ข้าพเจ้าเมื่อเป็นสิกขมานา ก็ชำระ ทิพยจักษุได้แล้ว ข้าพเจ้าระลึกรู้ขันธ์ที่เคยอาศัยอยู่ แต่ก่อนได้แล้ว. ข้าแต่พระเถรีผู้มีกัลยาณธรรม ผู้งามเอง และผู้ ทำหมู่ให้งาม ข้าพเจ้าบรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสอน ของพระพุทธเจ้าก็ทำเสร็จแล้ว. ข้าแต่แม่เจ้า โปรดอนุญาตเถิดเจ้าค่ะ ข้าพเจ้า ประสงค์จะไปกรุงสาวัตถี จักบรรลือสีหนาทในสำนัก ของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด. พระสุนทรีเถรีได้รับอนุญาตแล้ว ก็เข้าไปพระเชตวันวิหาร พบพระ- ศาสดาประทับนั่งอยู่ จึงกล่าวคาถาเป็นอุทานว่า ดูก่อนสุนทรี เจ้าจงพิศดูพระศาสดาผู้มีพระฉวี- วรรณปานทอง ผู้ทรงฝึกพวกที่ใคร ๆ ฝึกไม่ได้ ผู้ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหน ๆ. ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ขอได้โปรดจงดู สุนทรีผู้กำลังเดินมา ผู้หลุดพ้นโดยประการทั้งปวง ผู้ไม่มีกิเลสและทุกข์ ปราศจากราคะ ไม่หอบทุกข์ไว้ ทำกิจเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ ข้าแต่พระผู้ทรงมีเพียรยิ่งใหญ่ สุนทรีออกจาก กรุงพาราณสีมาเฝ้าพระองค์ เป็นสาวิกาของพระองค์ ขอถวายบังคมพระยุคลบาท พระเจ้าข้า. ข้าแต่พระผู้ทรงเป็นพราหมณ์ พระองค์เป็น พระพุทธเจ้า พระองค์เป็นพระศาสดา ข้าพระองค์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka