Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 418

เล่ม มมร. 54 หน้า 418 ข้อ 471
กามทั้งหลาย มีโทษไม่สิ้นสุด มีทุกข์มาก มี พิษมาก อร่อยน้อย ทำเป็นสนามรบ มีแต่ทำกุศล กรรมให้เหือดแห้งลง. ข้าพระองค์นั้น ละความย่อยยับ ซึ่งมีกามเป็น เหตุเช่นนั้นแล้ว ยินดียิ่งนักในพระนิพพานทุกเมื่อ จึงจักไม่กลับมาหาความย่อยยับนั้นอีก. ข้าพเจ้าละสนามรบของกามทั้งหลายแล้ว จำนง หวังแต่ความเยือกเย็น ยินดีในธรรมอันเป็นที่สิ้น สังโยชน์ ไม่ประมาทอยู่. ข้าพเจ้าเดินตามทางอริยมรรคมีองค์ ๘ ซึ่งเป็น ทางตรงไม่เศร้าโศก ไม่มีกิเลสดุจธุลี เป็นทางเกษม ซึ่งเหล่าท่านผู้แสวงคุณอันยิ่งใหญ่พากันข้ามมาแล้ว. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ท่านทั้งหลาย จงดู ธิดาช่างทอง ผู้สวยงามซึ่งตั้งอยู่ในธรรมผู้นี้เถิด นาง เข้าถึงธรรมที่ไม่หวั่นไหว เข้าฌานอยู่ที่โคนไม้. วันนี้เป็นวันที่ ๘ นางมีศรัทธาบวชแล้ว เป็นผู้ งามในพระสัทธรรม อันพระอุบลวรรณาช่วยแนะนำ แล้ว ทรงวิชชา ๓ ละมฤตยูเสียแล้ว. ภิกษุณีรูปนั้น เป็นไทแก่ตัว ไม่เป็นหนี้ อบรม อินทรีย์แล้ว สลัดโยคะได้หมดแล้ว ทำกิจเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ. ท้าวสักกะ เจ้าแห่งหมู่สัตว์ พร้อมหมู่เทพ เสด็จเข้าไปหาพระสุภากัมมารธิดาเถรีรูปนั้น ด้วย เทวฤทธิ์แล้ว ทรงนมัสการอยู่. จบ สุภากัมมารธิดาเถรีคาถา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka