ประดา. บทว่า มาลวณฺณกํ ได้แก่ มาลัย และของหอมของลูบไล้. บทว่า
กญฺจนมณิมุตฺตกํ ได้แก่ ประกอบด้วยทอง และแก้วมณีและแก้วมุกดา
อธิบายว่า แต่งด้วยแก้วมณีและแก้วมุกดาที่ประกอบด้วยทอง. บทว่า พหุํ
ได้แก่ มีมากประการ ต่างโดยเครื่องประดับมือเป็นต้น. บทว่า วิวิธํ ได้แก่
ต่างๆ อย่างโดยรูปพรรณหลากชนิด.
บทว่า สุโธตรชปจฺฉทํ ได้แก่ มีผ้าปิดที่ลอกละอองออกแล้ว เพราะ
ฟอกดี. บทว่า สุภํ ได้แก่ สวยงาม. บทว่า โคนกตูลิกสนฺถตํ ได้แก่
ลาดด้วยผ้าโกเชาว์สีดำขนยาวและผ้าสำลีที่เต็มด้วยขนหงส์เป็นต้น. บทว่า นวํ
ได้แก่ ใหม่เอี่ยม. บทว่า มหารหํ ได้แก่ มีค่ามาก. บทว่า จนฺทนมณฺฑิต-
สารคนฺธิกํ ได้แก่ มีกลิ่นหอนอวล เพราะตกแต่งด้วยจันทน์มีแก่น มีจันทน์แดง
เป็นต้น อธิบายว่า แม่นางโปรดขึ้นสู่ที่นอนเห็นปานนั้น แล้วโปรดนอน
โปรดนั่งตามสบาย.
ในบทว่า อุปฺปลํ จุทกา สมุคฺคตํ ดังนี้ จ อักษรเป็นเพียงนิบาต
ความว่า ดอกอุบลที่ผุดโผล่ชูพ้นน้ำตั้งอยู่บานแล้ว. บทว่า ยถา ตํ
อมนุสฺสเสวิตํ ความว่า ก็ดอกอุบลนั้นพึงไร้มนุษย์เสพ คือใคร ๆ มิได้เชยชม
แล้ว เพราะเกิดในสระโบกขรณี ที่รากษสหวงแหนแล้ว. บทว่า เอวํ ตฺวํ
พฺรหฺมจารินี ได้แก่ แม่นางก็เป็นพรหมจารีเหมือนดอกอุบลบานดีนั้น ฉันนั้น.
เหมือนกัน. บทว่า สเกสงฺเคสุ ความว่า เมื่อส่วนแห่งเรือนร่างของตนอันใคร ๆ
มิได้เชยชมแล้ว แม่นางก็จักถึงความชรา คือจะแก่คร่ำคร่าไปเสียเปล่า ๆ.
เมื่อชายนักเลงหญิง ประกาศความประสงค์ของตนอย่างนี้แล้ว พระ-
เถรีเมื่อจะตัดความประสงค์นั้นในเรื่องนั้น ด้วยการชี้ชัดถึงสภาพของร่างกาย
จึงกล่าวคาถาว่า กึ เต อิธ เป็นต้น คาถานั้นมีความว่า ท่านบุตรช่างทอง