วิย ความว่า ข้าพเจ้าแม้เป็นคนตระกูลเลิศ สมบูรณ์ด้วยสมบัติ ก็เป็นเหมือน
หญิงรับใช้ผู้บำเรอสามี.
บทว่า สาธยามิ ได้แก่ หุงต้ม. บทว่า ภาชนํ ได้แก่ ภาชนะทำด้วย
โลหะ ประกอบความว่า ข้าพเจ้าต้องปรนนิบัติล้าง (ภาชนะต่าง ๆ).
บทว่า ภตฺติกตํ ได้แก่ ผู้ทำความภักดีสามี. บทว่า อนุรตฺตํ
ได้แก่ ผู้จงรัก. บทว่า การิกํ ได้แก่ ผู้ทำใจที่ควรทำนั้นๆ ดังนี้. บทว่า
นิหตมานํ ได้แก่ ผู้นำมานะออกไปแล้ว. บทว่า อุฏฺายิกํ ได้แก่ ผู้พร้อมด้วย
ความขยันหมั่นเพียร. บทว่า อนลสํ ได้แก่ เพราะพร้อมด้วยความขยันหมั่น-
เพียรนั้นนั่นแล จึงเป็นผู้ไม่เกียจคร้าน. บทว่า สีลวตึ ได้แก่ ผู้เพียบพร้อม
ด้วยศีลาจารวัตร. บทว่า ทุสฺสเต แปลว่า ประทุษร้าย คือพูดเพราะโกรธ.
บทว่า ภณติ อาปุจฺฉหํ คมิสฺสานิ ความว่า สามีของข้าพเจ้านั้น
พูดกะบิดามารดาของตนว่า ฉันจะลาท่านพ่อท่านแม่ไปเสียในที่แห่งใดแห่งหนึ่ง.
ถ้าจะถามว่าเขาพูดว่ากระไร ก็ตอบได้ว่า เขาพูดว่า ฉันจะไม่ยอมอยู่ร่วมกับ
อิสิทาสี ทั้งจะไม่ยอมอยู่ร่วมเรือนหลังเดียวกันด้วย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า
วจฺฉํ แปลว่าอยู่.
บทว่า เทสฺสา ได้แก่ ไม่เป็นที่รัก [เกลียด]. บทว่า อลํ เม
ความว่า ฉันไม่ต้องการอิสิทาสีนั้น. บทว่า อาปุจฺฉาหํ คมิสฺสามิ ความ
ว่า ถ้าท่านพ่อท่านแม่ประสงค์จะให้ฉันอยู่ร่วมกับอิสิทาสีนั้น ฉันก็จะขอลาท่าน
พ่อท่านแม่ไปอยู่ต่างถิ่น.
บทว่า ตสฺส ได้แก่ สามีของข้าพเจ้า. บทว่า กิสฺส ความว่า
เจ้าทำผิดพลาดอะไรต่อสามีของเจ้านั้น.
บทว่า นปิหํ อปรชฺฌํ ความว่า ข้าพเจ้าไม่ได้ทำผิดอะไรต่อสามี
นั้น. อีกอย่างหนึ่ง บาลีก็อย่างนี้เหมือนกัน. บทว่า นปิ หึเสมิ ได้แก่