ธิดา [ลูกเขย] บทว่า นิกฺขิป โปฏฺิญฺจ ฆฏิกญฺจ ความว่า เจ้าจงทิ้ง
ผ้าเก่าที่เจ้านุ่งห่ม และภาชนะขอทานเสีย.
บทว่า โสปิ วสิตฺวา ปกฺขํ ความว่า ชายขอทานแม้คนนั้น
อยู่ร่วมกับข้าพเจ้าได้เพียงครึ่งเดือน ก็หลีกไป.
บทว่า อถ นํ ภณตี ตาโต ความว่า บิดามารดาและหมู่ญาติ
ทุกคนของข้าพเจ้า รวมกันเป็นกลุ่มช่วยกันพูดกะชายขอทานนั้น พูดว่าอย่างไร
พูดว่า กึ เต น กีรติ อิธ แปลว่า ชื่อว่า กิจอะไรท่านทำไม่ได้ ทำ
ไม่สำเร็จในที่นี้ จงรีบบอกมา. บทว่า ตํ เต กริหิต ได้แก่ เขาจักทำกิจ
นั้นแทนท่าน.
บทว่า ยทิ เม อตฺตา สกฺโกติ ประกอบความว่า ถ้าตัวข้าพึ่งตัว
เองได้ เป็นไทแก่ตัว ข้าก็พอ คือแม่อิสิทาสีนั้น ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้น
ข้าจะไม่นั่งร่วมไม่อยู่ร่วม ทั้งจะไม่อยู่ร่วมในเรือนหลังเดียวกันกับแม่อิสิทาสีนั้น.
บทว่า วิสฺสชฺชิโต คโต โส ความว่า ชายขอทานนั้น บิดา
ยอมปล่อยแล้ว ก็ไปตามชอบใจ. บทว่า เอกากินี แปลว่า โดดเดี่ยว. บทว่า
อาปุจฺฉิตูน คจฺฉํ ความว่า ข้าพเจ้าจะสละบิดาของข้าพเจ้าไป. บทว่า มริตุเย
แปลว่า เพื่อตาย. วา ศัพท์เป็นนิบาตลงในอรรถวิกัป.
บทว่า โคจราย แปลว่า เพื่อหาอาหาร ประกอบความว่า มาสู่
ตระกูลของบิดา เพื่อหาอาหาร.
บทว่า ตํ ได้แก่ ท่านพระชินทัตตาเถรีนั้น. บทว่า อุฏฺายาสนํ
ตสฺสา ปญฺาปยึ ความว่า ลุกขึ้นไปปูอาสนะถวายพระเถรีนั้น.
บทว่า อิเธว ได้แก่ ยืนที่เรือนหลังนี้นี่แหละ. บิดาเมื่อเอ็นดู ก็เรียก
ธิดาโดยโวหารสามัญว่า ลูกเอ๋ย. บทว่า จราหิ ตฺวํ ธมฺมํ ความว่า ลูก