บัดนี้ เพื่อจะแสดงถึงอาทีนพโทษมีมากด้วยข้ออุปมา พระสุเมธาเถรี
จึงกล่าวคาถาว่า สร จตุโรทธี อุปนีเต อสฺสุถญฺรุธิมฺหิ เป็นต้น
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สร จตุโรทธี ความว่า โปรดทรงระลึกนึกถึง
ทะเลทั้ง ๔ คือ ๔ มหาสมุทร ในน้ำตา น้ำนม และน้ำเลือด ของบรรดา
เหล่าสัตว์ที่ท่องเที่ยวอยู่ในสงสารที่มีเงื่อนปลายตามไปไม่รู้นี้ คนหนึ่ง ๆ
ซึ่งจะพึงเปรียบเทียบโดยประมาณคือจำนวน อันพระพุทธเจ้าทั้งหลายเปรียบ
เทียบไว้แล้วโดยอุปมา. บทว่า เอกกปฺปมฺีนํ สญฺจยํ วิปุเลน สมํ ความ
ว่า โปรดทรงระลึกถึงกองแห่งกระดูกทั้งหลาย ในกัปหนึ่งของบุคคลคนหนึ่งว่า
เสมอคือนำมาเปรียบเทียบ กับภูเขาวิปุลบรรพต
ท่านกล่าวไว้ดังนี้ว่า :-
พระผู้ทรงแสวงคุณอันยิ่งใหญ่ตรัสไว้ว่า กอง
กระดูกของบุคคลคนหนึ่ง กัปหนึ่ง พึงเป็นกองเสมอ
ด้วยภูเขา ก็แลภูเขาลูกนี้นั้น ท่านเรียกว่า วิปุล-
บรรพตเป็นภูเขาใหญ่ ยิ่งกว่าภูเขาคิชฌกูฏ อยู่ใน
กรุงราชคฤห์ปัญจคีรีนคร ราชธานีแห่งแคว้นมคธ.
โปรดทรงระลึกถึงแผ่นดินชมพูทวีปที่พระพุทธเจ้าทรงนำมาเปรียบ-
เทียบ. บทว่า โกลฏฺิมตฺตคุฬิกา มาตามาตุเสฺวว นปฺปโหนฺติ ความว่า
เมื่อทำแผ่นดินผืนใหญ่ ที่เรียกกันว่าชมพูทวีป ให้เป็นก้อนขนาดเท่าเมล็ด
โกละคือพุทรา จำแนกก้อนดินก้อนหนึ่ง ๆ ในชมพูทวีปนั้น อย่างนี้ว่า นี้
มารดาเรา นี้ยายเรา ก้อนดินเหล่านั้นก็ไม่พอกับจำนวนมารดาและยาย เมื่อ
มารดาและยายยังไม่สิ้นไปเลย ก้อนดินเหล่านั้นก้อนสุดท้าย กลับจะหมดจะ
สิ้นสุดไปก่อน มารดาและยายของสัตว์ ที่ท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฏ อันมี