Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 521

เล่ม มมร. 54 หน้า 521 ข้อ 474
บัดนี้ เพื่อจะแสดงถึงอาทีนพโทษมีมากด้วยข้ออุปมา พระสุเมธาเถรี จึงกล่าวคาถาว่า สร จตุโรทธี อุปนีเต อสฺสุถญฺรุธิมฺหิ เป็นต้น บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สร จตุโรทธี ความว่า โปรดทรงระลึกนึกถึง ทะเลทั้ง ๔ คือ ๔ มหาสมุทร ในน้ำตา น้ำนม และน้ำเลือด ของบรรดา เหล่าสัตว์ที่ท่องเที่ยวอยู่ในสงสารที่มีเงื่อนปลายตามไปไม่รู้นี้ คนหนึ่ง ๆ ซึ่งจะพึงเปรียบเทียบโดยประมาณคือจำนวน อันพระพุทธเจ้าทั้งหลายเปรียบ เทียบไว้แล้วโดยอุปมา. บทว่า เอกกปฺปมฺีนํ สญฺจยํ วิปุเลน สมํ ความ ว่า โปรดทรงระลึกถึงกองแห่งกระดูกทั้งหลาย ในกัปหนึ่งของบุคคลคนหนึ่งว่า เสมอคือนำมาเปรียบเทียบ กับภูเขาวิปุลบรรพต ท่านกล่าวไว้ดังนี้ว่า :- พระผู้ทรงแสวงคุณอันยิ่งใหญ่ตรัสไว้ว่า กอง กระดูกของบุคคลคนหนึ่ง กัปหนึ่ง พึงเป็นกองเสมอ ด้วยภูเขา ก็แลภูเขาลูกนี้นั้น ท่านเรียกว่า วิปุล- บรรพตเป็นภูเขาใหญ่ ยิ่งกว่าภูเขาคิชฌกูฏ อยู่ใน กรุงราชคฤห์ปัญจคีรีนคร ราชธานีแห่งแคว้นมคธ. โปรดทรงระลึกถึงแผ่นดินชมพูทวีปที่พระพุทธเจ้าทรงนำมาเปรียบ- เทียบ. บทว่า โกลฏฺิมตฺตคุฬิกา มาตามาตุเสฺวว นปฺปโหนฺติ ความว่า เมื่อทำแผ่นดินผืนใหญ่ ที่เรียกกันว่าชมพูทวีป ให้เป็นก้อนขนาดเท่าเมล็ด โกละคือพุทรา จำแนกก้อนดินก้อนหนึ่ง ๆ ในชมพูทวีปนั้น อย่างนี้ว่า นี้ มารดาเรา นี้ยายเรา ก้อนดินเหล่านั้นก็ไม่พอกับจำนวนมารดาและยาย เมื่อ มารดาและยายยังไม่สิ้นไปเลย ก้อนดินเหล่านั้นก้อนสุดท้าย กลับจะหมดจะ สิ้นสุดไปก่อน มารดาและยายของสัตว์ ที่ท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฏ อันมี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka