Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 525

เล่ม มมร. 54 หน้า 525 ข้อ 474
อันไฟ ๑๑ กอง ทำให้ลุกโพลงแล้ว เขย่า แผดเผา ผู้ที่พรักพร้อมด้วยกาม นั้น. บทว่า อสปตฺตมฺหิ ได้แก่ เมื่อเนกขัมมะที่เว้นจากศัตรู. บทว่า สมาเน แปลว่า มีอยู่ เป็นอยู่ พระนางตรัสว่า พหุสปตฺตา แล้วก็ตรัสว่า ราชคฺคิ เป็นต้น ก็เพื่อทรงแสดงภัยที่ให้มีศัตรูมาก พระนางตรัสอุปมาใน ภัยเหล่านั้น โดยทั่ว ๆ ไปด้วยพระราชา ไฟ โจร น้ำ ทายาทเป็นต้นที่ไม่ รักกัน และด้วยราชภัย อัคคีภัย โจรภัย อุทกภัยและอัปปิยภัย. บทว่า เยสุ วธมนฺโธ ความว่า แปลงโทษมีการทำให้ตาย การ โบยเป็นต้น และการจำมีจำด้วยโซ่เป็นต้น เป็นเครื่องหมายกามในกามเหล่า ใด คำว่า กาเมสุ เป็นต้น กระทำความที่กล่าวแล้วนั่นแลให้ปรากฏ. บรรดาบท เหล่านั้น บทว่า หิ เป็นนิบาตลงในอรรถว่า เหตุ. เพราะเหตุที่สัตว์เหล่านั้น ย่อมเสวยคือ ประสบทุกข์ในการฆ่าและจองจำ ฉะนั้น พระนางสุเมธาจึง ตรัสว่า อสกามา อธิบายว่า ขึ้นชื่อว่ากามเหล่านี้เป็นของไม่ดี เลว ทราม อีกอย่างหนึ่งบาลีว่า อหกามา ก็มี ความก็อย่างนั้นเหมือนกัน. ความจริง ศัพท์ว่า อห แปลว่าทราม เหมือนอหศัพท์ในประโยคว่า อหโลกิตฺถิโย ขึ้นชื่อว่าสตรีในโลกทราม. บทว่า อาทีปิตา แปลว่า โชติช่วงแล้ว. บทว่า ติณุกฺกา ได้แก่ คบเพลิงที่ทำด้วยหญ้า. บทว่า ทหนฺติ เย เต น มุญฺจนฺติ ความว่า สัตว์ เหล่าใดไม่ยอมปล่อยกามเหล่านั้น ชื่อว่ายึดถืออยู่โดยแท้ สัตว์เหล่านั้นก็ย่อม ร้อน ย่อมไหม้ทั้งในปัจจุบันทั้งในอนาคต. บทว่า มา อปฺปกสฺส เหตุ ความว่า ขอพระองค์อย่าทรงละทิ้ง โลกุตรสุขอันไพบูลย์ โอฬารและประณีต เพราะเหตุแห่งกามสุขเล็กน้อย ซึ่ง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka