Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 55 หน้าที่ 11

เล่ม มมร. 55 หน้า 11 ข้อ 1
เราคิดอย่างนี้แล้วได้ให้ทรัพย์นั้นได้หลายร้อย โกฏิ แก่คนยากจนอนาถา แล้วเข้าไปสู่ป่าหิมพานต์ ในที่ไม่ไกลแห่งป่าหิมพานต์มีภูเขาชื่อธรรมิกะ เรา สร้างอาศรมอย่างดีไว้ เนรมิตบรรณศาลาไว้อย่างดี ทั้งยังเนรมิตที่จงกรมเว้นจากโทษ ๕ ประการไว้ใน อาศรมนั้น เราได้กำลังอภิญญาประกอบด้วยองค์แปด ประการ เราเลิกใช่ผ้าสาฎกอันประกอบด้วยโทษ ๙ ประการ หันมานุ่งผ้าเปลือกไม้อันประกอบด้วยคุณ ๑๒ ประการ เราเลิกละบรรณศาลาที่เกลื่อนกล่น ไปด้วยโทษ ๘ ประการ เข้าไปสู่โคนไม้อันประกอบ ด้วยคุณ ๑๐ ประการ เราเลิกละข้าวที่หว่านที่ปลูกโดย ไม่มีส่วนเหลือเลย หันมาบริโภคผลไม้หล่นเองที่ สมบูรณ์ด้วยคุณเป็นอเนกประการ เราเริ่มตั้งความ เพียรในที่นั่งที่ยืนและที่จงกรมในอาศรมบทนั้น ภาย ในเจ็ดวันก็ได้บรรลุกำลังแห่งอภิญญา ดังนี้. ในคาถานั้นด้วยบาลีนี้ว่า อสฺสโม สุกโต มยฺหํ ปณฺณสาลํ สุมาปิตํ ท่านกล่าวถึงบรรณศาลาและที่จงกรมไว้ราวกะว่าสุเมธบัณฑิตสร้าง ขึ้นด้วยมือของตนเอง แต่ในคาถานี้มีใจความดังต่อไปนี้ ท้าวสักกะทรงเห็น ว่า พระมหาสัตว์จักเข้าไปสู่ป่าหิมพานต์แล้ววันนี้จักถึงภูเขาชื่อธรรมิกะ จึง รับสั่งเรียกวิสสุกรรมเทพบุตรว่า นี่พ่อ สุเมธบัณฑิตออกมาด้วยคิดว่า เราจัก บวช ท่านจงเนรมิตที่อยู่ให้แก่พระมหาสัตว์นั้น วิสสุกรรมเทพบุตรนั้น รับพระ ดำรัสของพระองค์แล้ว จึงเนรมิตอาศรมน่ารื่นรมย์ บรรณศาลาสร้างอย่างดี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka