ฝ่ายชาวเมืองรัมมนครเล่าได้เข้าไปสู่นครแล้ว ถวายมหาทานแก่ภิกษุ
สงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข พระศาสดาทรงแสดงธรรมแก่พวกเขาให้มหา-
ชนดำรงอยู่ในสรณะเป็นต้นแล้ว เสด็จออกจากรัมมนครไป ต่อจากนั้น
พระองค์ทรงดำรงอยู่ตลอดพระชนมายุขัย ทรงกระทำพุทธกิจครบทุกอย่างแล้ว
เสด็จดับขันธปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุโดยลำดับ คำที่ควรจะ
กล่าวในที่นั้นทั้งหมด พึงทราบตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในพุทธวงศ์นั้นเถิด
จริงอยู่ท่านกล่าวไว้ในพุทธวงศ์นั้นว่า
ในกาลนั้น ชนเหล่านั้นอังคาสพระโลกนาถ
พร้อมทั้งพระสงฆ์แล้ว ได้ถึงพระศาสดาทีปังกรเป็น
สรณะ พระตถาคตยังคนบางคนให้ตั้งอยู่ในสรณะ
คมน์ บางพวกก็ให้ตั้งอยู่ในศีล ๕ อีกพวกก็ให้ตั้งอยู่
ในศีล ๑๐ ทรงประทานสามัญผลสูงสุด ๔ แต่บางคน
บางคนก็ทรงประทานธรรมที่ไม่มีสิ่งใดเสมอคือปฏิ-
สัมภิทา บางคนพระนราสภก็ทรงประทานสมบัติอัน
ประเสริฐ ๘ อย่าง บางคนก็ทรงมอบให้ซึ่งวิชชา ๓
อภิญญา ๖ พระมหามุนีทรงสั่งสอนหมู่ชนด้วยความ
พยายามนั้น ศาสนาของพระโลกนาถได้แผ่ไพศาล
แล้ว เพราะเหตุนั้น พระทีปังกรผู้เป็นผู้นำมีพระหนุ
ใหญ่ [ผึ่งผาย] มีพระวรกายเหมือนของโคอุสภะ
[สง่างาม] ทรงให้ชนเป็นอันมากข้ามถึงฝั่ง ทรงปลด
เปลื้องทุคติให้พระมหามุนีทอดพระเนตรเห็นชนที่พอ
จะตรัสรู้ธรรมได้แม้ในที่ไกลได้แสนโยชน์ ก็เสด็จไป
ถึงโดยขณะเดียว ให้เขาตรัสรู้ได้ ในการได้บรรลุมรรค