"บุรุษผู้เป็นบัณฑิต พึงหวังอยู่ร่ำไป ไม่
พึงเบื่อหน่าย เราประจักษ์ด้วยตนเอง ว่าปรารถนา
อย่างใด ก็ได้เป็นอย่างนั้นแล้ว" ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาสึเสเถว ปุริโส ความว่า บุรุษผู้
เป็นบัณฑิต ต้องกระทำความหวังไว้ด้วยกำลังความเพียรของตน
ว่า เมื่อเราปรารภความเพียรอยู่อย่างนี้ จักพ้นจากทุกข์นี้ ดังนี้.
บทว่า น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต ความว่า บุรุษได้นามว่า
เป็นบัณฑิต คือเป็นผู้ฉลาดในอุบาย เมื่อกระทำความเพียรในที่ ๆ
ต้องขะมักเขม้น ไม่พึงเบื่อหน่าย คือไม่ควรทำการตัดความหวัง
เสียว่า เราจักไม่ได้ผลของความเพียรนี้เลย ดังนี้.
บทว่า โว ในบทว่า ปสฺสานิ โวหํ อตฺตานํ นี้เป็นเพียง
นิบาต ได้ความว่า วันนี้เราเห็นตนเองเป็นประจักษ์พยาน.
บทว่า ยถา อิจฺฉึ ตถา อหุ ความว่า (เราเห็นตนเป็น
ตัวอย่างอยู่) ว่า ก็เราถูกฝังไว้ในหลุมแท้ ๆ ยังพ้นจากทุกข์ได้
ครั้นปรารภสมบัติของตนอีกเล่า เรานั้นก็เห็นตนเอง ลุถึงสมบัติ
นี้แล้ว ในครั้งก่อนเราปรารถนาไว้อย่างใดเล่า ตนของเราก็เป็น
อย่างนั้นแล้วแล ดังนี้.
พระโพธิสัตว์ครั้นตรัสว่า ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ธรรมดา
ผลแห่งความเพียร ของท่านผู้สมบูรณ์ด้วยศีลทั้งหลาย ย่อม
สำเร็จได้อย่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ ดังนี้ ทรงเปล่งอุทานด้วย