Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 56 หน้าที่ 116

เล่ม มมร. 56 หน้า 116 ข้อ 61
มาณพกล่าวว่า คุณแม่ขอรับ ผมเห็นโทษของหญิงส่วนมาก โดยประจักษ์แล้ว ไม่ต้องการอยู่ครองเรือนละ ผมจักบวช. เมื่อ จะประกาศความประสงค์ของตน จึงกล่าวคาถานี้ว่า :- ขึ้นชื่อว่า หญิงในโลก ส่วนมากไม่รู้จัก ยับยั้ง หาเวลาแน่นอนไม่ได้ ทั้งร่านรัก เริงชู้ กินไม่เลือก เหมือนไฟที่กินได้ทุกอย่าง. ข้าพเจ้า จักหลีกละพวกนางไปบวช เพิ่มพูนวิเวก ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาสา ความว่า ไม่รู้จักยับยั้ง คือ มีความประพฤติเลวทราม. อีกอย่างหนึ่ง ความสุขท่านรียก ว่า สาตะ ความสุขนั้นไม่มีแก่หญิงเหล่านั้น ทั้งยังให้ความไม่ สุขใจ แก่คนที่มีจิตปฏิพัทธ์ในตน จึงชื่อว่าไม่รู้จักยับยั้ง อธิบาย ว่า อยู่ไม่สุข คือเป็นที่ตั้งแห่งความทุกข์. เพื่อจะแสดงความ ข้อนี้ให้แจ่มแจ้ง พึงนำพระสูตรนี้มาสาธกดังนี้ :- " หญิงเหล่านั้น ร้อยเล่ห์ หลอกลวง เป็น บ่อเกิดแห่งความโศก มีเชื้อโรคเป็นตัวอุบาทว์ หยาบคาย ก่อให้เกิดความผูกพันธ์ เป็นชนวน แห่งความตาย เป็นนางบังเงา ชายใดวางใจใน นาง ชายนั้นจัดเป็นคนเลวในฝูงคน." ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โลกิตฺถิโย แปลว่า หญิงในโลก. บทว่า เวลา ตาสํ น วิชฺชติ ความว่า คุณแม่ขอรับ หญิง เหล่านั้น กิเลสเกิดขึ้นแล้ว เวลาคือความสำรวม เขตแดนที่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka