มีจิตขุ่นหมองในเรื่องชั่ว ๆ ของนาง จึงมิได้มาเฝ้า พระเจ้าข้า.
พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนอุบาสก บุรุษต้องไม่ทำความขุ่นเคือง
ในหญิงทั้งหลายว่า หญิงเหล่านี้ ประพฤติอนาจาร พึงวางตน
เป็นกลางอย่างเดียว แม้ในกาลก่อน บัณฑิตทั้งหลายก็บอกท่าน
แล้ว แต่ท่านกำหนดเหตุนั้นไม่ได้ เพราะภพอื่นปกปิดไว้ อุบาสก
กราบทูลอาราธนา จึงทรงนำเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุง-
พาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ โดยนัยก่อน
นั่นแล. ครั้งนั้นศิษย์ของท่านก็ได้เห็นโทษของภรรยาแล้ว ไม่
มาหาเสีย ๒-๓ วัน เพราะความเป็นผู้มีจิตขุ่นหมอง วันหนึ่ง
ถูกอาจารย์ถาม ก็แจ้งเหตุนั้นให้ทราบ. ครั้นแล้วอาจารย์ของ
เขาจึงกล่าวว่า พ่อเอ๋ย ขึ้นชื่อว่าหญิง เป็นของทั่วไปแก่คนทั้งปวง
บัณฑิตทั้งหลายจะไม่ทำความขุ่นเคืองในหญิงเหล่านั้นเลย ว่า
หญิงเหล่านี้เป็นคนทุศีล มีแต่บาปธรรม แล้วกล่าวคาถานี้ โดย
มุ่งให้เป็นคำสอน ความว่า :-
"ขึ้นชื่อว่า หญิงทั้งหลายในโลก มีอุปมา
เหมือนแม่น้ำ หนทาง โรงน้ำดื่ม ที่ประชุม และ
บ่อน้ำ บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่ถือโกรธหญิง
เหล่านั้น." ดังนี้
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยถา นที ความว่า แม่น้ำมีท่า
มาก เป็นสถานที่สาธารณะ แม้แก่คนชั้นต่ำ มีคนจัณฑาลเป็นต้น