Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 56 หน้าที่ 256

เล่ม มมร. 56 หน้า 256 ข้อ 78
คราวนี้เว้นพระราชาแคว้น ใครอื่นที่จะเป็นที่พำนักของเรา ไม่มีแล้ว ไปสู่ราชสำนัก กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พระองค์สั่งให้คนปล้นเรือนของข้าพระองค์หรือพระเจ้าข้า ? พระราชารับสั่งว่า ท่านเศรษฐี เราไม่ได้ให้ปล้น ท่านนั่นแหละ มาหาเราบอกว่า ถ้าพระองค์ไม่ทรงรับไว้ ข้าพระองค์จักให้ ทรัพย์ของข้าพระองค์เป็นทาน ให้คนเที่ยวตีกลองป่าวร้องใน พระนคร แล้วได้ให้ทานมิใช่หรือ ? เขากราบทูลว่า ขอเดชะ ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ข้าพระองค์มิได้มาสู่สำนักของพระองค์ เลย พระองค์ไม่ทรงทราบความที่ข้าพระองค์เป็นคนตระหนี่ หรือพระเจ้าข้า ข้าพระองค์ไม่ยอมให้แม้หยดน้ำมันด้วยปลายหญ้า แก่ใคร ๆ ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ขอได้ทรงพระกรุณา โปรดเรียกคนที่ให้ทานนั้นมา ทรงพิจารณาเถิด พระเจ้าข้า. พระราชารับสั่งให้เรียกท้าวสักกะมา ความแปลกกันของ คนทั้งสอง พระราชาก็ทรงทราบไม่ได้เลย พวกอำมาตย์ก็ไม่ ทราบ ท่านเศรษฐีผู้ตระหนี่กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พระองค์ทรงจำไม่ได้หรือ พระเจ้าข้า ข้าพระองค์เป็นเศรษฐี คนนี้มิใช่เศรษฐี. พระราชารับสั่งว่า เราจำไม่ได้ ยังมีใคร ที่พอจะจำท่านได้บ้างเล่า ? กราบทูลว่า ภรรยาของข้าพระองค์ซิ พระเจ้าข้า. มีพระกระแสรับสั่งให้ภรรยาเข้าเฝ้า แล้วตรัสถาม ว่า สามีของเธอคนไหน ? นางกราบทูลว่า คนนี้พระเจ้าข้า แล้วได้ยืนใกล้ท้าวสักกะนั่นเอง เรียกบุตรบิดา ทาส กรรมกร
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka