มาถาม ทุกคนพากันยืนในสำนักของท้าวสักกะทั้งนั้น. ท่านเศรษฐี
กลับคิดได้ว่า ที่ศีรษะของเรามีปุ่มอยู่ ผมปิดไว้มิดชิด มีแต่
ช่างกัลบกคนเดียวเท่านั้นที่รู้ปุ่มนั้น ต้องกราบทูลให้เรียกช่าง
กัลบกมา. คิดดังนี้แล้ว จึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ
ช่างกัลบกคงจำข้าพระองค์ได้ โปรดทรงพระกรุณาเรียกเขา
มาเถิด พระเจ้าข้า. ก็ในครั้งนั้น พระโพธิสัตว์ได้เป็นช่างกัลบก
ของท่านอิลลีสเศรษฐี พระราชามีพระกระแสรับสั่งให้เรียก
ท่านมาตรัสถามว่า จำอิลลีสเศรษฐีได้ไหม ? ช่างกัลบกกราบ
ทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ข้าพระองค์ตรวจดูศีรษะ
แล้วคงจำได้พระเจ้าข้า. ตรัสว่า ถ้าเช่นนั้น ท่านจงตรวจดู
ศีรษะของคนทั้งสองเถิด. ทันใดนั้นท้าวสักกะก็บันดาลให้เกิด
ปุ่มขึ้นที่ศีรษะ. พระโพธิสัตว์ตรวจดูศีรษะแม้ของคนทั้งสอง
ก็เห็นปุ่ม (เหมือนกัน) จึงกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า ที่
ศีรษะของตนทั้งสอง ต่างมีปุ่มอยู่เหมือนกันในท่านทั้งสองนี้
ข้าพระองค์มิอาจจำได้ ถึงความเป็นตัวอิลลีสะสักคนเดียว แล้ว
กล่าวคาถานี้ ความว่า :-
คนทั้งสอง เป็นคนกระจอก คนทั้งสอง
เป็นคนค่อม คนทั้งสองมีนัยน์ตาเหล่ คนทั้งสองมี
ปุ่มเกิดที่ศีรษะ ข้าพระองค์ชี้ตัวอิลลีสะไม่ได้
ดังนี้.