Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 38

เล่ม มมร. 57 หน้า 38 ข้อ 162
เชือกนี้. พวกช่างไม้กราบทูลว่า ขอเดชะโปรดให้จับไปเถิด พระเจ้าข้า. ลูกช้างไม่ปรารถนาจะไป. พระราชารับสั่งถามว่า ช้างจะให้ทำอย่างไรเล่า พนาย. พวกเขากราบทูลว่า ขอเดชะ ช้างจะให้พระราชทานค่าเลี้ยงดูแก่ช่างไม้พระเจ้าข้า. พระราชา รับสั่งว่า ตกลงพนาย แล้วโปรดให้วางกหาปณะลงที่เท้าช้าง ทั้ง ๔ ข้าง ที่งวงและที่หางแห่งละแสนกหาปณะ แม้เพียงนี้ ช้างก็ไม่ไป ครั้นพระราชทานผ้าคู่แก่ช่างไม้ทั้งหมด พระราชทาน ผ้าสาฎกสำหรับทั้งนุ่งแก่ภรรยาช่างไม้ แม้เพียงนี้ก็ไม่ไป ต่อเมื่อ พระราชทานเครื่องบริหารสำหรับเด็ก แก่เด็กชายหญิงที่เล่น อยู่ด้วยกัน ลูกช้างจึงเหลียวไปดูพวกช่าง เหล่าสตรีและพวกเด็ก แล้วเดินไปกับพระราชา. พระราชาทรงพาไปถึงพระนคร รับสั่ง ให้ประดับพระนครและโรงช้าง ทรงให้ช้างกระทำปทักษิณ พระนคร แล้วให้เข้าไปโรงช้าง ทรงประดับด้วยเครื่องประดับ ทั้งปวง ทรงทำการอภิเษกยกขึ้นเป็นราชพาหนะ ทรงตั้งไว้ใน ฐานะเป็นสหายของพระองค์ พระราชทานราชสมบัติกึ่งหนึ่ง แก่ช้าง ได้ทรงกระทำการเลี้ยงดูเสมอด้วยพระองค์. ตั้งแต่ช้าง มา ราชสมบัติในชมพูทวีปทั้งสิ้น ได้ตกอยู่ในเงื้อมพระหัตถ์ ของพระราชาทั้งสิ้นเชิง. ครั้นกาลเวลาผ่านไปอย่างนี้ พระโพธิสัตว์ทรงถือปฏิสนธิ ในพระครรภ์ของพระอัครมเหสีของพระราชาพระองค์นั้น. ใน เวลาที่พระนางทรงครรภ์แก่ พระราชาได้สวรรคตเสียแล้ว.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka