Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 57 หน้าที่ 179

เล่ม มมร. 57 หน้า 179 ข้อ 212
ในกองเหล่านั้น คนอื่นเมื่อจะทำลายกองหนัง แม้หนังกระบือ ก็ยิงทะลุ แต่พระโพธิสัตว์นั้นยิงหนังกระบือซ้อนกันตั้งร้อยแผ่น ให้ทะลุได้. คนอื่นยิงกระดานไม้มะเดื่อหนาแปดนิ้ว ยิงกระดาน ไม้ประดู่หนาสี่นิ้วทะลุได้ แต่พระโพธิสัตว์ยิงกระดานเหล่านั้น มัดรวมกันหนาตั้งร้อยนิ้วทะลุได้ แผ่นทองหนาสองนิ้ว แผ่น เหล็กหนาหนึ่งนิ้ว ก็เช่นเดียวกัน เกวียนบรรทุกทราย บรรทุก กระดาน พระโพธิสัตว์ยิงเข้าส่วนหลังให้ทะลุออกได้ทางส่วนหน้า. ตามปกติในน้ำ พระโพธิสัตว์ยิงศรแหวกได้ไกลสี่อุสุภะ. บนบก ไกลแปดอุสุภะ พระโพธิสัตว์ทำลายของกองใหญ่ ๆ เหล่านี้ได้ จึงชื่อว่า ผู้ทำลายของกองใหญ่ได้ด้วยประการฉะนี้. บทว่า สพฺพามิตฺเต ได้แก่ข้าศึกทั้งหมด. บทว่า รณํ กตฺวา ได้แก่ ทำการรบให้ข้าศึกหนีไป. บทว่า น จ กิญฺจิ วิเหยิ คือ ไม่ เบียดเบียนใคร ๆ เลย. แต่ทรงต่อสู้กับข้าศึกเหล่านั้นด้วยใช้ ศรนั้นเอง ไม่ให้ลำบาก. บทว่า สญฺมํ อชฺฌุปาคมิ ได้แก่ เข้าถึงความสำรวมด้วยศีล คือ บรรพชา. พระศาสดาครั้นทรงแสดงพระธรรมเทศนานี้ อย่างนี้ แล้ว ทรงประชุมชาดก. พระกนิษฐภาดาในครั้งนั้นได้เป็น อานนท์ในครั้งนี้ ส่วนอสทิสกุมาร คือ เราตถาคตนี้แล. จบ อรรถกถาอสทิสชาดกที่ ๑
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka